top of page
ค้นหา

โปรแกรมคลินิกทันตกรรมราคาเท่าไหร่ คุ้มกับคลินิกไหม ?

รูปภาพนักเขียน: Rasita Chanratanayothin
Rasita Chanratanayothin
9 ก.ย.
ยาว 3 นาที

การเปิดและบริหารคลินิกทันตกรรมในยุคปัจจุบัน ไม่ได้วัดกันที่เพียงแค่ฝีมือการรักษาของคุณหมอหรือความสวยงามของการตกแต่งร้านเท่านั้นนะคะ แต่หัวใจสำคัญที่ชี้วัดว่าคลินิกจะเติบโตอย่างยั่งยืน มีกำไรสุทธิที่แท้จริง และขยายสาขาได้หรือไม่ กลับซ่อนอยู่ในระบบการบริหารจัดการหลังบ้าน

เจ้าของคลินิกและคุณหมอหลายท่านมักจะเริ่มต้นจากการใช้เอกสารกระดาษ (OPD Paper) ร่วมกับแผ่นตารางคำนวณอย่าง Excel ในการเก็บข้อมูลคนไข้ จัดตารางนัด และคิดเงิน แต่เมื่อจำนวนเคสสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาความล่าช้า เอกสารสูญหาย สต๊อกยาไม่ตรง และการคำนวณค่ามือทันตแพทย์ (Doctor Fee: DF) ผิดพลาด ก็จะเริ่มสร้างปวดหัวอย่างต่อเนื่อง คำถามที่ตามมาคือ "เราควรลงทุนในโปรแกรมบริหารคลินิกทันตกรรมดีไหม ราคาในท้องตลาดอยู่ที่เท่าไหร่ และมันจะคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปจริง ๆ หรือเปล่า ?"

วันนี้เราได้รวมข้อมูลโครงสร้างราคา ไปจนถึงต้นทุนแฝงที่ทุกคนสามารถคำนวณความคุ้มค่าเชิงตัวเลขได้ พร้อมกับเช็กลิสต์ที่ไม่มีไม่ได้ทุกคนกดเซฟไว้ได้เลยค่ะ

ถอดรหัสโครงสร้างราคาโปรแกรมทันตกรรม ราคาในประเทศไทย

เมื่อทุกคนลองสำรวจโปรแกรมบริหารคลินิกในท้องตลาด จะพบว่าราคามีความหลากหลายมาก ตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสนบาทต่อปี เหตุผลที่ราคาสารพัดระดับขนาดนี้ ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีฐานข้อมูล (Cloud vs On-Premise) จำนวนเครื่องที่รองรับ ขอบเขตฟีเจอร์ และบริการหลังการขายค่ะ โดยเราสามารถแบ่งประเภทโปรแกรมและราคาออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ๆ ดังนี้

ประเภทระบบ

รูปแบบการจ่ายเงิน

ช่วงราคาโดยประมาณ

เหมาะสำหรับใคร

ข้อดีและข้อจำกัด

ระบบออฟไลน์ / ซื้อขาด (On-Premise)

จ่ายครั้งเดียวจบ (อาจมีค่าดูแลรายปี)

5,000 - 25,000 บาท

คลินิกขนาดเล็กมาก มี 1 เก้าอี้ ไม่เน้นการดูระบบนอกสถานที่

ข้อดี: จ่ายครั้งเดียว ไม่ผูกผันรายเดือน

ข้อจำกัด: ดูข้อมูลผ่านมือถือไม่ได้ หากคอมพิวเตอร์เสีย ข้อมูลอาจสูญหายทั้งหมด ไม่มีอัปเดตฟีเจอร์ใหม่

ระบบคลาวด์ระดับเริ่มต้น (Cloud Basic)

รายเดือน / รายปี

8,000 - 15,000 บาท/ปี

คลินิกเปิดใหม่ ต้องการประหยัดงบ และใช้ฟีเจอร์พื้นฐาน

ข้อดี: เข้าถึงได้ทุกที่ ราคาจับต้องง่าย


ข้อจำกัด: มักขาดฟีเจอร์ทันตกรรมเฉพาะทาง เช่น ชาร์ตฟันดิจิทัล หรือระบบติดตามงานแลป

ระบบคลาวด์มาตรฐานทันตกรรม (Cloud Standard)

รายปี (คำนวณตามสาขา)

18,000 - 35,000 บาท/ปี

คลินิกทันตกรรมทั่วไป (1-4 เก้าอี้) ที่ต้องการระบบครบวงจร

ข้อดี: มีชาร์ตฟันดิจิทัล ระบบแลป คอร์สจัดฟัน แจ้งเตือน LINE/SMS และอัปเดตระบบฟรีตลอดเวลา

ระบบพรีเมียม / หลายสาขา (Enterprise & CRM)

รายปี + ค่า Setup หรือ Custom

40,000 - 100,000+ บาท/ปี

คลินิกขนาดใหญ่ หรือกลุ่มคลินิกที่มีหลายสาขา

ข้อดี: ปรับแต่งฟีเจอร์ได้ มีระบบ CRM วิเคราะห์การตลาดขั้นสูง และเชื่อมต่อ API สถาบันการเงิน

นอกจากค่าซอฟต์แวร์หลักแล้ว เราอยากให้ทุกคนเผื่อรบงบประมาณสำหรับ "ค่าอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์" ไว้ด้วยนะคะ เช่น คอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ตสำหรับคุณหมอและเคาน์เตอร์ เครื่องสแกนบาร์โค้ด เครื่องพิมพ์ใบเสร็จ และเครื่องอ่านบัตรประชาชน ซึ่งโดยรวมจะใช้วงเงินเริ่มต้นประมาณ 10,000 - 25,000 บาทในครั้งแรก

เจาะลึก "ต้นทุนแฝง" (Hidden Costs) ของการไม่ใช้โปรแกรมทันตกรรม ราคาเท่าไหร่

หลายคลินิกพยายามประหยัดงบประมาณด้วยการไม่ยอมใช้โปรแกรมบริหารจัดการ แต่รู้ไหมคะว่าการใช้ "ระบบกระดาษและExcel" นั้นสร้าง ต้นทุนแฝงที่มองไม่เห็น (Hidden Costs) ซึ่งกัดกินกำไรของคลินิกไปทุกๆ เดือน คิดเป็นมูลค่าสูงกว่าค่าโปรแกรมรายปีเสียอีกค่ะ เรามาดูกันว่ามีต้นทุนแฝงเรื่องใดบ้างที่เรามักจะมองข้ามกันไป

ต้นทุนเวลาของเจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์และผู้ช่วยทันตแพทย์

  • การค้นหาและจัดเก็บแฟ้ม OPD : หากคลินิกมีคนไข้ 20-30 คนต่อวัน เจ้าหน้าที่ต้องเสียเวลาค้นหาเอกสาร เตรียมแฟ้ม และจัดเก็บเข้าตู้เฉลี่ยวันละ 1.5 - 2 ชั่วโมง

  • คิดเป็นเงิน : หากจ้างเคาน์เตอร์/ผู้ช่วยด้วยค่าแรงชั่วโมงละ 60-80 บาท คลินิกจะเสียค่าแรงไปฟรี ๆ กับการ "เดินหาเอกสาร" เดือนละกว่า 3,000 - 4,500 บาทต่อคนเลยทีเดียว

ต้นทุนโอกาสจากเก้าอี้ว่าง (Chair Time Lost) เนื่องจากการ No-Show

  • ปัญหาใหญ่ที่สุดของคลินิกทันตกรรมคือ คนไข้นัดแล้วไม่มา (No-Show) หรือลืมนัด หากไม่มีระบบส่ง SMS หรือ LINE แจ้งเตือนอัตโนมัติก่อนถึงวันนัด อัตราการ No-Show อาจสูงถึง 15-20%

  • คิดเป็นเงิน : สมมติว่าคลินิกมีเก้าอี้ว่างจากคนไข้ลืมนัดเพียงวันละ 1 เคส (มูลค่ารักษาเฉลี่ย 1,500 บาท) ใน 1 เดือน คลินิกจะสูญเสียรายได้ที่ควรจะได้ไปถึง 45,000 บาทต่อเดือน!

การรั่วไหลของสต๊อกสินค้า เวชภัณฑ์ และวัสดุทันตกรรม

  • ยา และวัสดุทำฟัน (เช่น คอมโพสิต, ยาชา, เข็ม, เข็มแทงรากฟัน) เป็นของที่มีมูลค่าสูงและมีวันหมดอายุ การตัดสต๊อกด้วยมือมักเกิดความสูญหาย การจดบันทึกไม่ครบถ้วน หรือยาหมดอายุคาสต๊อกโดยไม่มีใครทราบ

  • คลินิกทั่วไปที่ไม่ใช้ระบบตัดสต๊อกอัตโนมัติมักมีอัตราสูญเสียและรั่วไหลของสต๊อกสูงถึง 5 - 10% ของยอดซื้อเวชภัณฑ์ทั้งหมด

ข้อผิดพลาดในการคำนวณค่า DF หมอ และงวดชำระคอร์สจัดฟัน

  • ทันตแพทย์แต่ละท่านมีเงื่อนไขการแบ่งค่าธรรมเนียมแพทย์ (DF) ที่แตกต่างกัน รวมถึงส่วนลดและการหักค่าแลป การคิดด้วย Excel มีโอกาสผิดพลาดสูง หากคิดขาด คลินิกขาดทุน หากคิดเกิน หมอขาดความไว้วางใจ

  • เคสจัดฟันที่มีการผ่อนชำระหลายงวด มักเจอปัญหาคนไข้จ่ายค้างงวด ติดตามยอดไม่ได้ หรือเจ้าหน้าที่ลงบันทึกงวดผิดพลาด ทำให้คลินิกเสียรายได้ไปอย่างน่าเสียดายค่ะ

คำนวณความคุ้มค่า (ROI) โปรแกรมคลินิกคือการลงทุน ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย

เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพชัดเจน เราลองมาคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุน (Return on Investment : ROI) โดยเทียบระหว่างค่าใช้จ่ายโปรแกรม กับรายได้ที่เซฟกลับมาได้ของคลินิกขนาดกลาง (2 เก้าอี้ทำฟัน) กันค่ะ

สมมติฐานตัวอย่าง

  • ค่าบริการโปรแกรมคลินิกทันตกรรมแบบ Cloud: 24,000 บาท/ปี (ตกเดือนละ 2,000 บาท)

  • ยอดขายเฉลี่ยของคลินิก : 400,000 บาท/เดือน

ผลลัพธ์จากการนำระบบโปรแกรมมาใช้

  • ลดอัตรา No-Show จากระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ

    • ดึงคนไข้กลับมาทำตามนัดได้เพิ่มขึ้นเพียง 4 เคส/เดือน (เคสละ 1,500 บาท)

    • เงินที่ได้กลับคืนมา = 6,000 บาท/เดือน

  • ประหยัดเวลาทำงานหลังบ้านและลดการจ้าง OT

    • ลดเวลาปิดยอดบัญชีประจำวันและคำนวณ DF หมอ จาก 2 ชั่วโมงเหลือ 15 นาที

    • ประหยัดค่าแรง/ค่า OT เจ้าหน้าที่ = 2,000 บาท/เดือน

  • ควบคุมสต๊อกเวชภัณฑ์ไม่ให้สูญหายหรือหมดอายุ

    • ลดการรั่วไหลและสั่งซื้อซ้ำซ้อนได้ 3% ของงบซื้อสต๊อก

    • ประหยัดค่าสต๊อก = 3,000 บาท/เดือน

  • ติดตามงวดค้างชำระจัดฟันได้ครบถ้วน

    • เรียกเก็บเงินเคสจัดฟันตกค้างได้แม่นยำขึ้น

    • รายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย = 4,000 บาท/เดือน

ตัวอย่าง

รวมมูลค่าที่ประหยัดได้และรายได้เพิ่มขึ้น : 15,000 บาทต่อเดือน

เมื่อนำมาหักลบกับค่าโปรแกรม 2,000 บาทต่อเดือน

เท่ากับว่าคลินิกสร้าง กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 13,000 บาท/เดือน

ระยะเวลาคืนทุน (Payback Period): เพียงแค่ 15-20 วันแรก ของการเริ่มใช้งานเท่านั้นค่ะ!

7 ฟีเจอร์เฉพาะทางที่โปรแกรมคลินิกทันตกรรม "ต้องมี"

คลินิกทันตกรรมมีเวิร์กโฟลว์การทำงานที่ไม่เหมือนคลินิกเวชกรรมทั่วไป ดังนั้นโปรแกรมที่ดีไม่ใช่แค่ลงบันทึกชื่อ-ที่อยู่ได้ แต่ต้องมี 7 ฟีเจอร์สำคัญเหล่านี้ที่ออกแบบมาเพื่อหมอฟันโดยเฉพาะนะคะ

1. Digital Tooth Charting (ชาร์ตฟันดิจิทัลแบบโต้ตอบได้): ต้องสามารถเลือกฟันแท้ ฟันน้ำนม บันทึกสัญลักษณ์การรักษา (เช่น อุดฟัน ถอนฟัน รักษารากฟัน ทำครอบฟัน) แยกด้านฟัน (MO, DO, MOD) และใส่รูปถ่าย X-Ray เข้าในชาร์ตได้อย่างรวดเร็ว

2. Orthodontic Management (ระบบบริหารเคสจัดฟัน): รองรับการวางแผนผ่อนชำระคอร์สจัดฟัน บันทึกการติดอุปกรณ์ (Brackets) การเปลี่ยนยาง/ลวด ประวัติการขาดนัดจัดฟัน และระบบแจ้งเตือนเมื่อคนไข้ค้างชำระเกินงวดที่กำหนด

3. Dental Lab Tracking (ระบบติดตามงานแลป): สามารถบันทึกการส่งงานแลป (เช่น ครอบฟัน รีเทนเนอร์ ฟันเทียม) ติดตามสถานะงานว่าอยู่ขั้นตอนไหน นัดวันรับงานจากแลปก่อนวันนัดคนไข้ พร้อมหักค่าบริการแลปออกจากค่า DF คุณหมอได้โดยอัตโนมัติ

4. Social Security & Insurance Claims (ระบบรองรับประกันสังคมและประกันสุขภาพ): สามารถออกเอกสารเคลมประกันสังคม 900 บาทได้ทันทีโดยไม่ต้องคีย์ซ้ำ รวมถึงการออกใบรับรองแพทย์ ใบเสร็จรับเงินตามรูปแบบมาตรฐานราชการ

5. Automated Reminders via LINE / SMS (ระบบแจ้งเตือนนัดหมายอัตโนมัติ): ส่งข้อความเตือนนัดหมายล่วงหน้า 1-2 วัน พร้อมปุ่มยืนยันนัด เลื่อนนัด หรือยกเลิกนัดที่เชื่อมโยงกับตารางนัดของคุณหมอทันที

6. Smart Inventory & Batch Tracking (ระบบสต๊อกผูกกับหัตถการ): เมื่อคุณหมอลงบันทึกว่าอุดฟันด้วยคอมโพสิต ระบบจะทำการตัดสต๊อกวัสดุอุดฟันตามปริมาณที่ตั้งค่าไว้ทันที พร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อสินค้าใกล้หมดอายุ (EXP Date Alert)

7. DF & Executive Dashboard (ระบบคำนวณ DF และรายงานผู้บริหาร): แบ่งสัดส่วนค่า DF ตามข้อตกลงของหมอแต่ละท่าน (เช่น 50/50, 45/55 หรือแบบเหมา) คำนวณสถิติคนไข้ใหม่ เคสหลุดนัด และวิเคราะห์รายได้แยกตามประเภทหัตถการได้อย่างละเอียด

ข้อควรระวังในการเลือกซื้อโปรแกรมทันตกรรม ราคายังไง ต้องดูจากอะไรบ้าง ?

ก่อนที่ทุกคนจะเซ็นสัญญาหรือโอนเงินซื้อโปรแกรม เราอยากให้พิจารณาปัจจัยเสี่ยงและข้อควรระวัง 4 ข้อนี้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา "ซื้อมาแล้วใช้งานไม่ได้จริง" ค่ะ

  1. ความง่ายในการใช้งาน (User Experience) : โปรแกรมที่ดีต้องไม่ซับซ้อนจนเกินไป ผู้ช่วยทันตแพทย์และเจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์ต้องสามารถเรียนรู้และใช้งานเป็นได้ภายใน 1-2 วัน หากโปรแกรมใช้งานยาก จะเกิดแรงต้านในองค์กรและสุดท้ายก็ต้องกลับไปใช้กระดาษเหมือนเดิม

  2. ความปลอดภัยของข้อมูลและ PDPA : ข้อมูลการรักษาและรูปถ่ายประวัติฟันของคนไข้เป็นข้อมูล Sensitive Data โปรแกรมต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยบน Cloud ที่ได้มาตรฐาน มีการสำรองข้อมูล (Backup) ทุกวัน และกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของพนักงานแต่ละระดับได้

  3. บริการหลังการขายและทีม Support : ยามที่ระบบมีปัญหาในช่วงเวลาตรวจคนไข้ ทีมงาน Support ตอบแชตหรือรับสายเร็วแค่ไหน? มีบริการเทรนนิ่งพนักงานใหม่หรือไม่? สิ่งนี้สำคัญมากเพราะคลินิกไม่สามารถหยุดทำงานได้

  4. ไม่มีสัญญาแอบแฝง : เช็กให้แน่ใจว่าราคาที่เสนอรวมค่าอัปเดตระบบ ค่าสำรองข้อมูล และค่าบริการดูแลรายปีแล้วหรือยัง มีการจำกัดจำนวนประวัติคนไข้ หรือจำกัดจำนวนเครื่องที่เข้าใช้งานหรือไม่

ยกระดับคลินิกทันตกรรมของคุณอย่างมืออาชีพด้วย JERA Dent

มาถึงตรงนี้ ทุกคนคงเห็นตรงกันแล้วใช่มั้ยคะว่า โปรแกรมบริหารคลินิกทันตกรรมไม่ใช่ "รายจ่ายที่ต้องประหยัด" แต่เป็น "การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด" ซึ่งช่วยลดต้นทุนแฝง ปิดช่องทางการรั่วไหลของเงิน และช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของคลินิกให้ทันสมัยน่าเชื่อถือในสายตาของคนไข้ค่ะ

ทำไมต้องเลือก JERA Dent ?

  • ออกแบบมาเพื่อทันตกรรมโดยเฉพาะ : ครบครันด้วยระบบ Digital Tooth Chart ที่ลงรายละเอียดด้านฟันได้อย่างสมบูรณ์แบบ, ระบบจัดการงานแลป, และระบบคอร์สจัดฟันที่ติดตามงวดชำระได้อย่างแม่นยำ

  • ทำงานบน Cloud 100% : เจ้าของคลินิกและคุณหมอสามารถเข้าดูรายงาน ยอดขาย และตารางนัดหมายได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ตโฟน

  • ลดการ No-Show ด้วยระบบแจ้งเตือนสุดสมาท : เชื่อมต่อการแจ้งเตือนนัดหมายผ่าน LINE และ SMS ช่วยให้คนไข้ไม่ลืมนัด เพิ่มรายได้ให้คลินิกอย่างเห็นผล

  • คำนวณ DF และบัญชีได้ในคลิกเดียว : ตัดปัญหาการคิดค่ามือหมอผิดพลาด สรุปยอดรายรับ-รายจ่ายประจำวัน และออกใบเสร็จรับเงินได้อย่างถูกต้องรวดเร็ว

  • โปรโมชันพิเศษสุดคุ้ม : มาพร้อมแพ็กเกจราคาจับต้องได้ และโปรโมชันแถมฟรีเครื่อง EDC สำหรับรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิต/สแกนจ่าย เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่คนไข้ของคุณทันที!

เปลี่ยนงานหลังบ้านที่ยุ่งเหยิงให้เป็นเรื่องง่าย เพื่อให้คุณหมอและทีมงานได้มีเวลาดูแลคนไข้ได้อย่างเต็มที่นะคะ สามารถเข้าไปดูรายละเอียด ทดลองใช้งาน หรือติดต่อทีมงานผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำปรึกษาได้เลยที่ JERA Dent

 
 
 

ความคิดเห็น


นัด Demo รับสิทธิ์ใช้ฟรี 1 เดือน
บริษัท ละมุนภัณฑ์  ไอที จำกัด

245/68 ซอยรามคำแหง 112ถนนรามคำแหง

แขวง/เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10240

*สิทธิพิเศษเฉพาะลงทะเบียนผ่านช่องทางนี้เท่านั้น (เมื่อสมัคร Package รายปีแบบใดก็ได้)

ขอบคุณสำหรับข้อมูล เราจะรีบติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด!!

JERA Dent ระบบบริหารคลินิกทันตกรรม
LINKS
ABOUT

LAMUNPUN IT Co., Ltd.

e-mail: sales@jeracloud.com

Tel: 02-055-6285

245/68 Ramkhamhaeng 112 Alley, Saphan Sung, Bangkok 10240, Thailand

SOCIAL
  • contact:line
  • contact:facebook
  • contact:youtube

© Copyright 2017-2022 JERA Dent All Rights Reserved, Developed by LAMUNPUN IT Co., Ltd.

bottom of page