top of page
ค้นหา

CBCT ราคาเท่าไหร่ ? ทำไมต้องเอกซเรย์ 3 มิติ และคุ้มค่าแค่ไหนกับการรักษาฟัน

รูปภาพนักเขียน: Rasita Chanratanayothin
Rasita Chanratanayothin
9 ก.ย.
ยาว 3 นาที

เวลาที่เราต้องไปพบทันตแพทย์เพื่อวางแผนทำหัตถการใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำรากฟันเทียม ผ่าฟันคุดซับซ้อน หรือจัดฟันร่วมกับการศัลยกรรมขากรรไกร หลายคนคงเคยได้ยินคุณหมอพูดถึงคำว่าทำ CBCT หรือเอกซเรย์ 3 มิติกันมาบ้างใช่ไหมคะ พอฟังชื่อแล้ว สิ่งแรกที่วิ่งเข้ามาในหัวของทุกคนนอกจากคำถามที่ว่ามันคืออะไร ก็คงหนีไม่พ้นคำถามที่ว่า CBCT ราคาเท่าไหร่ จำเป็นจริง ๆ หรือเปล่าทำไมเอกซเรย์ฟันแบบธรรมดาที่เคยทำราคาหลักร้อยถึงใช้ไม่ได้

วันนี้เราเลยตั้งใจรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ CBCT แบบเจาะลึกมาเล่าให้ทุกคนฟังอย่างละเอียดเลยค่ะ ทั้งเรื่องหลักการทำงาน ความแตกต่างจากเอกซเรย์ทั่วไป รายละเอียดราคาในปัจจุบัน ปัจจัยที่ทำให้ราคาแตกต่างกัน ไปจนถึงเหตุผลที่ว่าทำไมการจ่ายเงินทำ CBCT ถึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากับสุขภาพช่องปากของทุกคนที่สุดค่ะ ถ้าพร้อมแล้วตามเรามาดูกันเลยค่ะ!

CBCT คืออะไร ? ทำความรู้จักเทคโนโลยีภาพถ่าย 3 มิติทางทันตกรรม

คำว่า CBCT ย่อมาจาก Cone Beam Computed Tomography หรือที่ภาษาไทยเรียกว่า “เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ลำแสงกรวย” ค่ะ เป็นเทคโนโลยีการถ่ายภาพทางรังสีแบบ 3 มิติที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในงานทันตกรรมและช่องปาก-ขากรรไกรโดยเฉพาะ

หากทุกคนเคยเอกซเรย์ฟันแบบเดิม ๆ ที่เป็นแผ่นฟิล์มสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ แหย่เข้าไปในปาก หรือการยืนถ่ายรูปฟันรอบหัวแบบโค้งๆ (Panoramic X-ray) สิ่งเหล่านั้นคือ การเอกซเรย์แบบ 2 มิติ (2D) ค่ะ ซึ่งภาพที่ได้จะมีความกว้างและความสูง แต่จะไม่มี “ความลึก” หรือความมิติของโครงสร้างกระดูกและเนื้อเยื่อ ทำให้ภาพมีการซ้อนทับกัน (Superimposition)

แต่สำหรับ CBCT 3 มิติ เครื่องจะปล่อยลำแสงรังสีรูปทรงกรวยและหมุนรอบศีรษะของทุกคน 1 รอบ (ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้นค่ะ) จากนั้นคอมพิวเตอร์จะนำข้อมูลที่ได้มาประมวลผลสร้างเป็นภาพ 3 มิติที่มีความคมชัดสูงมาก ๆ ทำให้คุณหมอสามารถมองเห็นโครงสร้างช่องปากได้แบบ 360 องศา สามารถหมุนดูได้ทุกมุม ตัดภาพดูเป็นชั้น ๆ (Cross-section) และวัดขนาดของกระดูกได้อย่างแม่นยำในระดับมิลลิเมตรเลยค่ะ

ตารางเปรียบเทียบความแตกต่าง เอกซเรย์ 2D แบบเดิม VS CBCT 3D

หัวข้อเปรียบเทียบ

เอกซเรย์ฟันแบบ 2D (Panoramic / Intraoral)

CBCT เอกซเรย์ 3D (Cone Beam CT)

มิติของภาพ

2 มิติ (กว้าง x สูง) ภาพมีการซ้อนทับกัน

3 มิติ (กว้าง x สูง x ลึก) มองเห็นโครงสร้างจริง

ความแม่นยำ

ปานกลาง มีอัตราการขยายหรือบิดเบือนของภาพ

สูงมาก สัดส่วน 1:1 วัดขนาดความหนาแน่นได้เป๊ะ

การประเมินกระดูก

เห็นความสูงของกระดูก แต่ไม่เห็นความหนา/ความกว้าง

เห็นทั้งความสูง ความกว้าง ความหนา และความหนาแน่น

การมองเห็นเส้นประสาท

เห็นเป็นเส้นจางๆ ไม่สามารถระบุความลึกที่ชัดเจนได้

เห็นเส้นประสาทและหลอดเลือดหลักได้อย่างชัดเจน

ปริมาณรังสี

ต่ำมาก

ต่ำ (มากกว่า 2D เล็กน้อย แต่ต่ำกว่า CT Scan โรงพยาบาลมาก)

อัตราค่าบริการเฉลี่ย

ประมาณ 300 – 1,000 บาท

ประมาณ 1,500 – 8,000+ บาท

CBCT ราคาเท่าไหร่ อัปเดตอัตราค่าบริการในปัจจุบัน ?

ขออธิบายก่อนนะคะว่า ค่าบริการในการทำ CBCT ในประเทศไทยปัจจุบันจะแตกต่างกันไปตามปัจจัยหลายอย่าง แต่หากมองในภาพรวม อัตราค่าบริการจะอยู่ที่ประมาณ 1,500 บาท ไปจนถึง 8,000 บาท++ ต่อการสแกน 1 ครั้ง โดยเราสามารถแบ่งช่วงราคาตามประเภทและพื้นที่การสแกน (Field of View : FOV) ได้ดังนี้ค่ะ

สแกนเฉพาะจุด / ฟันบางซี่ (Small FOV : 4x4 cm - 5x5 cm)

  • ราคาประมาณ : 1,500 – 3,000 บาท

  • เหมาะสำหรับ : การตรวจฟันคุดเพียงซี่เดียว, การรักษารากฟันเฉพาะซี่ที่มีปัญหาซับซ้อน, การวางแผนใส่รากฟันเทียม 1–2 ซี่

  • จุดเด่น : รังสีโดนเฉพาะบริเวณที่ต้องการตรวจ ได้ภาพละเอียดสูงมากในจุดนั้นๆ และราคาสบายกระเป๋าที่สุดค่ะ

สแกนขากรรไกรบน หรือ ขากรรไกรล่าง ข้างใดข้างหนึ่ง (Medium FOV : 8x5 cm - 8x8 cm)

  • ราคาประมาณ : 3,000 – 5,000 บาท

  • เหมาะสำหรับ : การทำรากฟันเทียมหลายซี่ในขากรรไกรเดียวกัน, การตรวจหาฟันฝังหลายซี่, การตรวจเช็กโพรงไซนัส (Sinus) บริเวณขากรรไกรบน

  • จุดเด่น : ครอบคลุมพื้นที่กว้างขึ้น ช่วยให้เห็นภาพรวมของขากรรไกรฝั่งใดฝั่งหนึ่งอย่างชัดเจน

สแกนทั้งขากรรไกรบนและล่าง (Dual Arch / Large FOV: 10x10 cm ขึ้นไป)

  • ราคาประมาณ : 4,500 – 8,000+ บาท

  • เหมาะสำหรับ : คนไข้ที่ต้องทำรากฟันเทียมทั้งปาก (All-on-4 / All-on-6), งานจัดฟันแบบซับซ้อน, การวางแผนผ่าตัดขากรรไกร (Orthognathic Surgery), การตรวจข้อต่อขากรรไกร (TMJ) ทั้งสองข้าง

  • จุดเด่น : ได้ภาพโครงสร้างใบหน้าท่อนล่างทั้งหมดในครั้งเดียว ช่วยในการวางแผนการรักษาใหญ่ ๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบค่ะ

ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ราคา CBCT แต่ละแห่งไม่เท่ากัน ?

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมไปถามคลินิก A บอกราคา 2,000 บาท แต่พอไปถามโรงพยาบาล B หรือคลินิก C บอกราคา 5,000 บาท? เราขอสรุปปัจจัยหลัก ๆ ที่มีผลต่อราคาให้ทุกคนเข้าใจง่าย ๆ ดังนี้นะคะ

  1. ขนาดของพื้นที่การสแกน (Field of View - FOV) : อย่างที่เราเล่าให้ฟังไปข้างต้นค่ะ ยิ่งสแกนพื้นที่กว้าง (เช่น ทั้งใบหน้าหรือทั้งขากรรไกร) เครื่องจะต้องใช้พลังงาน ประมวลผลไฟล์ขนาดใหญ่ และใช้เทคโนโลยีขั้นสูงขึ้น ราคาก็จะปรับเพิ่มขึ้นตามขนาดพื้นที่ค่ะ

  2. เกรดและรุ่นของเครื่อง CBCT (Machine Specifications & Sensor Quality) : เครื่อง CBCT มีหลายแบรนด์และหลายระดับเทคโนโลยีค่ะ เครื่องรุ่นใหม่ๆ ที่มีเซนเซอร์ความละเอียดสูง (High Resolution) มีระบบลดสัญญาณรบกวนจากโลหะ (Metal Artifact Reduction - MAR) หรือเครื่องที่รับประกันปริมาณรังสีต่ำพิเศษ (Ultra Low Dose) มักจะมีต้นทุนเครื่องที่สูงถึงหลายล้านบาท ส่งผลให้ค่าบริการปรับตามคุณภาพเทคโนโลยีค่ะ

  3. ความเชี่ยวชาญในการอ่านและวิเคราะห์ผล (Radiologist / Specialist Fee) : ในบางกรณี การถ่าย CBCT ไม่ใช่แค่อ่านผลโดยทันตแพทย์ทั่วไป แต่ต้องส่งให้ "รังสีแพทย์ทางทันตกรรม" (Oral & Maxillofacial Radiologist) ออกเอกสารรายงานผล (X-ray Report) อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะมีค่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติมเข้ามาด้วยค่ะ

  4. ประเภทของสถานบริการ (คลินิกเอกชน vs โรงพยาบาลรัฐ) :

    • โรงพยาบาลรัฐบาล/โรงเรียนแพทย์: ราคาอาจจะย่อมเยากว่า (ประมาณ 1,200 – 3,500 บาท) แต่อาจจะต้องรอคิวถ่ายภาพและรอผลค่อนข้างนานค่ะ

    • คลินิกทันตกรรมเอกชน/ศูนย์เอกซเรย์เฉพาะทาง: สะดวกรวดเร็ว ได้รับไฟล์ภาพและผลการวิเคราะห์ทันที แต่ราคาอาจจะสูงกว่าเล็กน้อยตามมาตรฐานบริการและการอำนวยความสะดวกค่ะ

หัตถการแบบไหนบ้างที่ "จำเป็น" ต้องทำ CBCT ?

บางคนอาจจะตั้งคำถามว่า "แล้วฟันของเรา จำเป็นต้องจ่ายเงินทำ CBCT ไหม?" เราอยากแนะนำให้ทุกคนลองเช็กดูนะคะว่า เคสของตัวเองเข้าข่ายการรักษาเหล่านี้หรือไม่ค่ะ

การทำรากฟันเทียม (Dental Implants)

นี่คือหัตถการอันดับ 1 ที่ จำเป็นต้องใช้ CBCT มากที่สุดค่ะ เพราะการปักรากเทียมลงไปในขากรรไกร คุณหมอจำเป็นต้องรู้ว่า

  • กระดูกของคนไข้มีความหนา ความกว้าง และความสูงเท่าไหร่?

  • คุณหมอต้องหลบเส้นประสาทใหญ่ที่วิ่งผ่านขากรรไกรล่างกี่มิลลิเมตร?

  • ในขากรรไกรบน รากเทียมจะไปทะลุโพรงไซนัสหรือไม่? ต้องปลูกกระดูกเพิ่มไหม? การมี CBCT ช่วยให้คุณหมอนำไฟล์ 3D ไปวางแผนผ่าตัดผ่านโปรแกรมจำลอง (Digital Surgical Guide) ปักรากเทียมได้แม่นยำ ไม่โดนเส้นประสาท และลดโอกาสเฟลของการรักษาได้อย่างดีเยี่ยมเลยค่ะ

การผ่าฟันคุดยาก หรือ ฟันฝัง (Complex Impacted Teeth)

ฟันคุดบางซี่ไม่ได้งอกขึ้นมาธรรมดา ๆ ค่ะ แต่นอนตะแคง หรือมีรากฟันโค้งงอไปพันรอบ เส้นประสาทรับความรู้สึก (Inferior Alveolar Nerve) หากถ่ายเอกซเรย์ 2D คุณหมอจะเห็นแค่ภาพทับกัน แต่ไม่รู้ว่ารากฟันอยู่หน้า หรืออยู่หลังเส้นประสาท! การทำ CBCT จะช่วยให้เห็นมิติชัดเจน คุณหมอจะวางแผนหลบเส้นประสาทได้ ลดความเสี่ยงอาการปากชาชั่วคราวหรือถาวรหลังผ่าฟันคุดได้ดีมาก ๆ

การรักษารากฟันที่ซับซ้อน (Endodontics)

ฟันบางซี่มีรากฟันที่ตีบ โค้งงอ หรือมี “คลองรากฟันซ่อน” (Hidden Canals) ที่มองไม่เห็นในฟิล์มเอกซเรย์ 2D รวมถึงกรณีที่เคยรักษารากฟันมาแล้วแต่ไม่หาย เกิดการติดเชื้อซ้ำ การทำ CBCT ช่วยให้คุณหมอเห็นรอยโรคใต้รากฟัน และหาคลองรากฟันเจอมันทุกซอกทุกมุม ช่วยรักษาฟันแท้ของทุกคนไว้ได้โดยไม่ต้องถอนทิ้งค่ะ

การจัดฟันร่วมกับการศัลยกรรมขากรรไกร (Orthognathic Surgery)

สำหรับคนไข้ที่มีปัญหาโครงสร้างใบหน้า ขากรรไกรยื่น หรือคางเบี้ยว การทำ CBCT จะช่วยให้ทันตแพทย์จัดฟันและหมอศัลยกรรมขากรรไกรวางแผนตัดต่อกระดูกได้อย่างแม่นยำ คำนวณการสบฟัน และโครงหน้าหลังทำได้อย่างตรงจุดที่สุด

ความคุ้มค่าทำไมการจ่ายค่า CBCT ถึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับทุกคน ?

หากมองแค่ตัวเลข 2,000 – 5,000 บาท ทุกคนอาจจะรู้สึกว่าค่า CBCT เป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมา แต่ถ้าเรามองในมุมของความปลอดภัยและผลลัพธ์ระยะยาว เราอยากบอกทุกคนเลยค่ะว่านี่คือการลงทุนที่คุ้มค่ามากจริง ๆ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ค่ะ

  1. ลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บรุนแรง : การผ่าตัดโดยมองไม่เห็นเส้นประสาทหรือพิกัดกระดูกที่แน่ชัด อาจเสี่ยงต่อการโดนเส้นประสาท ทำให้ปากชา นานเป็นปีๆ หรือตลอดชีวิต ซึ่งค่ารักษาและผลกระทบทางจิตใจสูงกว่าค่า CBCT หลายเท่าตัวค่ะ

  2. ประหยัดเวลาและลดจำนวนครั้งในการเดินทาง : เมื่อคุณหมอวางแผนได้อย่างแม่นยำตั้งแต่แรก การผ่าตัดจะใช้เวลาน้อยลง แผลเล็ก หายไว ไม่ต้องกลับมาแก้ไขงานซ้ำซ้อน

  3. อัตราความสำเร็จของการรักษาสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด : งานรากฟันเทียมหรืองานรักษารากฟันที่ใช้ CBCT มีอัตราความสำเร็จสูงกว่าเคสที่ไม่ได้ใช้เทคโนโลยี 3D เข้ามาช่วยอย่างมีนัยสำคัญค่ะ

สิ่งที่ทุกคนต้องเตรียมตัวเมื่อเข้ารับการทำ CBCT

  • การเตรียมตัวก่อนทำ : ถอดเครื่องประดับโลหะบริเวณหัวและคอออกทั้งหมด เช่น ต่างหู สร้อยคอ กิ๊บติดผม แว่นตา หรือฟันปลอมแบบถอดได้ เพื่อไม่ให้โลหะไปบดบังภาพเอกซเรย์ค่ะ (หากทุกคนกำลังตั้งครรภ์ หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์ ต้องแจ้งคุณหมอหรือเจ้าหน้าที่ก่อนทุกครั้งนะคะ)

  • ขั้นตอนการทำ : เจ้าหน้าที่จะให้ทุกคนยืนหรือนิ่งๆ บนเก้าอี้ เอาคางวางบนที่รอง แล้วกัดอุปกรณ์ชิ้นเล็ก ๆ ไว้เบา ๆ จากนั้นแขนของเครื่องจะหมุนรอบศีรษะเรา 1 รอบ ใช้เวลาเพียง 10 – 30 วินาที เท่านั้น ในระหว่างหมุน ทุกคนแค่อยู่นิ่งๆ กลืนน้ำลายก่อน แล้วห้ามเคลื่อนไหว หัวหรือหน้า เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดที่สุดค่ะ

CBCT ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 1,500 – 8,000+ บาท ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่สแกนและหัตถการที่ต้องทำ แม้ราคาจะสูงกว่าการเอกซเรย์ 2D แบบเดิม แต่เมื่อแลกกับความแม่นยำ ความคุ้มค่า ความปลอดภัยของเส้นประสาท และผลลัพธ์การรักษาที่สมบูรณ์แบบแล้ว การทำ CBCT ถือเป็นมาตรฐานการรักษาทันตกรรมยุคใหม่ที่ไม่ควรมองข้ามเลย

เสริมสร้างศักยภาพคลินิกทันตกรรมยุคใหม่ให้ก้าวไปอีกขั้นด้วย JERA Dent

หลังจากที่ทุกคนเห็นแล้วว่าเทคโนโลยีทางทันตกรรมในปัจจุบัน เช่น เครื่องสแกน CBCT หรือการรักษาแบบ Digital Dentistry ได้พัฒนาไปไกลและมีความแม่นยำสูงมากเพียงใด สำหรับ เจ้าของคลินิกทันตกรรม หรือ ทันตแพทย์ การมีเครื่องมือทางทันตกรรมที่ทันสมัยย่อมต้องมาคู่กับ "ระบบบริหารจัดการคลินิกที่ทรงประสิทธิภาพ" เพื่อจัดเก็บข้อมูลคนไข้ ประวัติการรักษา (OPD) ภาพเอกซเรย์ 3D และระบบนัดหมายได้อย่างเป็นระเบียบราบรื่นค่ะ

ทำไม JERA Dent ถึงเป็นโปรแกรมบริหารคลินิกที่ตอบโจทย์หมอฟันที่สุด ?

  1. ระบบชาร์ตฟัน ดิจิทัล & OPD Timeline บันทึกการรักษาแม่นยำ: ออกแบบมาเพื่อคลินิกทันตกรรมโดยเฉพาะ บันทึกประวัติการรักษา ชาร์ตฟัน รักษารากฟัน คอร์สจัดฟัน เอกสารประกันสังคมได้อย่างเป็นระบบ ค้นหาง่าย และทำงานร่วมกับทีมงานได้อย่างไม่มีสะดุด

  2. ระบบ CRM & JERA Chat เชื่อมต่อ LINE Official Account: ช่วยให้คนไข้สามารถจองคิวนัดหมาย ตรวจสอบประวัติ เช็กโปรโมชัน หรือรับใบเสร็จออนไลน์ผ่าน LINE OA ได้ด้วยตัวเอง รวมถึงระบบรวมแชทจากทั้ง Facebook, LINE และ Instagram ไว้ในหน้าจอเดียว ทำให้แอดมินตอบแชทคนไข้ได้สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้นค่ะ

  3. จัดการคลังสินค้าและรายงานวิเคราะห์ครบครัน: มีระบบคลังยาและเวชภัณฑ์ออนไลน์ พร้อมรายงานสำหรับเจ้าของคลินิกมากกว่า 30 รายงาน ช่วยให้เห็นภาพรวมยอดขาย สถิติคนไข้ และวิเคราะห์การตลาดได้อย่างแม่นยำ

  4. ปลอดภัยสูงด้วย Google Cloud Services: จัดเก็บข้อมูลอันล้ำค่าของคลินิกบนระบบคลาวด์มาตรฐานสากล พร้อมระบบสำรองข้อมูล (Backup) อัตโนมัติทุกวัน มั่นใจได้ว่าข้อมูลคนไข้และไฟล์เอกซเรย์จะปลอดภัย ไม่สูญหาย

  5. บริการหลังการขายระดับมืออาชีพ: มีทีมงานดูแลสอนการใช้งานฟรี อัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้ตลอดอายุการใช้งานโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง พร้อมการดูแลตลอด 7 วันต่อสัปดาห์

สำหรับคุณหมอหรือเจ้าของคลินิกท่านใดที่ต้องการยกระดับการบริหารคลินิกทันตกรรมให้ทันสมัย รองรับเทคโนโลยียุคใหม่แบบครบวงจร สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ นัดหมาย Demo ทดลองใช้งานฟรี 1 เดือน ได้ที่เว็บไซต์ JERA Dent

 
 
 

ความคิดเห็น


นัด Demo รับสิทธิ์ใช้ฟรี 1 เดือน
บริษัท ละมุนภัณฑ์  ไอที จำกัด

245/68 ซอยรามคำแหง 112ถนนรามคำแหง

แขวง/เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10240

*สิทธิพิเศษเฉพาะลงทะเบียนผ่านช่องทางนี้เท่านั้น (เมื่อสมัคร Package รายปีแบบใดก็ได้)

ขอบคุณสำหรับข้อมูล เราจะรีบติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด!!

JERA Dent ระบบบริหารคลินิกทันตกรรม
LINKS
ABOUT

LAMUNPUN IT Co., Ltd.

e-mail: sales@jeracloud.com

Tel: 02-055-6285

245/68 Ramkhamhaeng 112 Alley, Saphan Sung, Bangkok 10240, Thailand

SOCIAL
  • contact:line
  • contact:facebook
  • contact:youtube

© Copyright 2017-2022 JERA Dent All Rights Reserved, Developed by LAMUNPUN IT Co., Ltd.

bottom of page