top of page
ค้นหา

เลิกใช้ Excel บริหารคลินิกฟัน เปลี่ยนเป็นระบบดีกว่าไหม ?

รูปภาพนักเขียน: Rasita Chanratanayothin
Rasita Chanratanayothin
9 ก.ย.
ยาว 2 นาที

เชื่อว่าตอนเริ่มตั้งไข่คลินิกใหม่ ๆ เครื่องมือสามัญประจำบ้านที่แทบทุกคลินิกต้องหยิบมาใช้เป็นอันดับแรกเลยก็คือ Microsoft Excel หรือ Google Sheets ใช่ไหมล่ะ เพราะมันทั้งสะดวก ฟรี (หรือมีติดเครื่องอยู่แล้ว) และยืดหยุ่นมากๆ จะพิมพ์อะไรลงไปก็ได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป คลินิกของทุกคนเริ่มมีคนไข้เยอะขึ้น มีหมอเวียนหลายท่าน มีเคสจัดฟันที่ต้องติดตามต่อเนื่องหลายปี มีเรื่องประกันสังคม คลังยาและอุปกรณ์ทันตกรรม รวมถึงการคำนวณส่วนแบ่งค่าแพทย์ (Doctor Fee: DF) ที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ คำถามคือถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราควรเลิกใช้ Excel แล้วเปลี่ยนมาใช้ระบบบริหารคลินิกทันตกรรมแบบเฉพาะทาง

วันนี้เราจะพาทุกคนมาเจาะลึกกันอย่างละเอียดเลยว่า Excel มีจุดบอดตรงไหนในการบริหารคลินิกฟัน การเปลี่ยนมาใช้ระบบทันตกรรมอัจฉริยะจะช่วยเซฟเวลาและเพิ่มกำไรให้คลินิกได้อย่างไรบ้าง เพื่อให้ทุกคนนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจกันค่ะ!

ทำไมคลินิกทันตกรรมส่วนใหญ่ถึงเริ่มจาก Excel ?

ก่อนอื่นเราต้องยอมรับก่อนนะคะ ว่า Excel เป็นโปรแกรมที่ดีเยี่ยมและสารพัดประโยชน์มาก ในช่วงเริ่มต้นเปิดคลินิกวันแรก ๆ ที่ยังมีคนไข้วันละไม่กี่คน การใช้ Excel มีข้อดีที่เห็นได้ชัดดังนี้ค่ะ

  1. ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม : ไม่ต้องจ่ายค่าซอฟต์แวร์รายเดือนหรือรายปี

  2. ใช้งานง่าย ใคร ๆ ก็คุ้นเคย : เจ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์ ผู้ช่วย หรือคุณหมอ ก็เคยผ่านการใช้ Excel กันมาบ้างแล้ว

  3. ปรับแต่งได้ตามใจชอบ : อยากได้คอลัมน์ไหน เพิ่มฟิลด์อะไร ก็พิมพ์ใส่เข้าไปได้ทันที

แต่ปัญหาจะเริ่มเกิดขึ้นเมื่อคลินิกของทุกคนเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่เคยคิดว่าง่ายและประหยัด กลับกลายเป็นต้นทุนแฝงที่คอยฉุดรั้งการเติบโตและการทำงานของทีมงานในคลินิกโดยไม่รู้ตัวค่ะ

5 สัญญาณเตือน! เมื่อ Excel เริ่มกลายเป็น "ภาระ" และ "ความเสี่ยง" ของคลินิกฟัน

หากคลินิกของทุกคนกำลังประสบปัญหาเหล่านี้อยู่เราขอบอกเลย ว่านั่นคือสัญญาณเตือนว่า Excel ไม่ตอบโจทย์คลินิกของทุกคนอีกต่อไปแล้วค่ะ

ข้อมูลกระจายซ้ำซ้อน ไม่เป็นระบบ (Data Silos)

เมื่อคลินิกโตขึ้น ไฟล์ Excel จะเริ่มขยายพันธุ์ค่ะ! มีทั้งไฟล์ประวัติคนไข้, ไฟล์ตารางนัดหมาย, ไฟล์สต็อกยา/อุปกรณ์, ไฟล์รายรับ-รายจ่าย, ไฟล์คำนวณ DF คุณหมอ ฯลฯ เวลาจะหาข้อมูลคนไข้คนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ต้องเปิดสลับไปมา 3-4 ไฟล์ เกิดความล่าช้า และบ่อยครั้งที่ข้อมูลในแต่ละไฟล์ไม่ตรงกัน เช่น แก้ไขเบอร์โทรศัพท์ในไฟล์นัด แต่ไม่ได้แก้ไขในไฟล์ประวัติ ทำให้การสื่อสารผิดพลาดได้ง่ายมากค่ะ

ข้อจำกัดเรื่อง "ชาร์ตฟัน" และประวัติการรักษา (Dental OPD & Tooth Chart)

จุดนี้คือจุดตายที่สุดของการใช้ Excel ในคลินิกฟันเลยค่ะ เพราะการรักษาทางทันตกรรมมีรายละเอียดเฉพาะตัวสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งฟัน (Tooth Number), ด้านของฟัน (Surface), ประวัติการรักษารากฟัน, คอร์สจัดฟันที่ต้องดึงฟันต่อเนื่อง หรือภาพถ่ายเอ็กซเรย์ (X-Ray) Excel ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้บันทึกภาพชาร์ตฟันแบบ Graphic interactive ได้ ทำให้คุณหมอต้องพิมพ์ข้อความยาวๆ ซึ่งอ่านยาก หรือต้องใช้เอกสารกระดาษคู่กันไปอยู่ดี ทำให้คลินิกไม่สามารถเป็น Paperless ได้อย่างแท้จริงค่ะ

ความเสี่ยงจาก Human Error และสูญหายของข้อมูล

สูตรใน Excel ลบผิดชีวิตเปลี่ยนนะคะทุกคน! บ่อยครั้งที่พนักงานกดเผลอลบสูตรโดยไม่ตั้งใจ หรือก๊อปปี้เซลล์ทับ ทำให้การคำนวณยอดเงิน หรือการตัดสต็อกคลาดเคลื่อน แถมหากไฟล์เซฟไว้ในคอมพิวเตอร์หน้าเคาน์เตอร์ แล้วฮาร์ดดิสก์พัง คอมติดไวรัส หรือเผลอกดเซฟทับ ข้อมูลประวัติคนไข้ทั้งหมดที่สะสมมาหลายปีอาจหายวับไปในตาเดียวได้เลยค่ะ

ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและกฎหมาย PDPA

ข้อมูลการรักษาของคนไข้ ถือเป็นข้อมูลสุขภาพที่มีความอ่อนไหวสูงมาก (Sensitive Personal Data) ตามกฎหมาย PDPA การเก็บข้อมูลไว้ในไฟล์ Excel ที่ใครก็สามารถก๊อปปี้ใส่ Flash Drive หรือส่งผ่าน LINE ออกไปนอกคลินิกได้ ถือเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งค่ะ Excel ไม่มีระบบจำกัดสิทธิ์ผู้ใช้งานที่ละเอียดพอ เช่น ไม่สามารถซ่อนเบอร์โทรศัพท์คนไข้จากพนักงานทั่วไป หรือไม่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าใครเป็นคนแอบดาวน์โหลดข้อมูลออกไป

สรุปรายรับและคำนวณ DF คุณหมอช้า ใช้เวลาเป็นวัน ๆ

สิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจสำหรับเจ้าของคลินิกและฝ่ายบัญชีใช่ไหมคะ เพราะต้องมานั่งรวมยอดจาก Excel ทีละแถว เช็กว่าคุณหมอท่านไหนทำหัตถการอะไร ได้ส่วนแบ่งกี่ % หักค่าอุปกรณ์เท่าไหร่ ยิ่งมีหมอหลายท่าน การทำเอกสารสรุป DF ยิ่งใช้เวลาหลายวัน แถมยังเสี่ยงต่อการคิดเงินผิดจนเกิดข้อขัดแย้งกับคุณหมอได้อีกด้วยค่ะ

เปรียบเทียบชัดให้เห็นภาพ Excel vs. ระบบบริหารคลินิกทันตกรรมเฉพาะทาง

เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น เราได้ทำตารางเปรียบเทียบระหว่างการใช้ Excel กับการเปลี่ยนมาใช้ระบบบริหารคลินิกทันตกรรมเฉพาะทางมาให้ดูค่ะ

หัวข้อการเปรียบเทียบ

การใช้ Excel / Google Sheets

ระบบบริหารคลินิกทันตกรรมเฉพาะทาง

การบันทึกประวัติและชาร์ตฟัน

พิมพ์ได้แค่ข้อความ ไม่สามารถลงบันทึกชาร์ตฟันแบบดึงวาง/ระบุตำแหน่งฟันและด้านฟันได้ง่าย

มีระบบ ชาร์ตฟันดิจิทัล (Digital Tooth Chart) บันทึกประวัติ ดู OPD Timeline และแนบรูป X-Ray ได้ครบถ้วน

การจัดการนัดหมายคนไข้

ดูตารางซ้ำซ้อน เสี่ยงนัดชนกัน ต้องโทรตามนัดคนไข้ทีละคน

ตารางนัดหมายดูง่าย ป้องกันการนัดชน มีระบบส่ง SMS / LINE แจ้งเตือนคนไม่อัตโนมัติ

การคุมคลังยาและอุปกรณ์ทันตกรรม

ต้องมานั่งนับและคีย์ตัดสต็อกเอง เสี่ยงสินค้าหมดอายุหรือของสูญหาย

ตัดสต็อกให้อัตโนมัติทันทีที่มีการสั่งจ่ายยา/ใช้วัสดุ มีระบบเตือนเมื่อสินค้าใกล้หมด

การคำนวณค่าแพทย์ (DF) & ประกันสังคม

ต้องใช้สูตรซับซ้อน คำนวณมือ เสี่ยงผิดพลาดสูง ใช้เวลานาน

คำนวณ DF แยกตามเงื่อนไขหมอแต่ละท่านให้อัตโนมัติ พร้อมรองรับเอกสารเบิกประกันสังคม

ความปลอดภัยของข้อมูล & PDPA

ความเสี่ยงสูง ไฟล์ถูกก๊อปปี้ ลบ หรือสูญหายได้ง่าย

จัดเก็บบนระบบ Cloud มาตรฐานสากล มีการสำรองข้อมูล และกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงตามหน้าที่

รายงานวิเคราะห์ธุรกิจ

เจ้าของต้องมานั่งทำกราฟ สรุปสูตรเอง เสียเวลา

มี Dashboard สรุปยอดขาย รายรับ รายจ่าย คนไข้ใหม่/เก่า แบบ Real-time

ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น เมื่อคลินิกของทุกคนเปลี่ยนมาใช้ระบบเฉพาะทางเลือกแทน Excel คลินิกฟัน

ถ้าทุกคนตัดสินใจก้าวข้ามจาก Excel มาใช้ระบบบริหารคลินิกทันตกรรม สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับคลินิกของทุกคนทันทีเลยคือ

  1. หน้าร้านทำงานเร็วขึ้น คนไข้ประทับใจ : เจ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์ค้นหาประวัติคนไข้ได้ใน 2 วินาที ออกใบเสร็จรวดเร็ว คนไข้ไม่ต้องนั่งรอนาน

  2. คุณหมอทำงานง่ายขึ้น : มีชาร์ตฟันดิจิทัลให้ติ๊กเลือกตำแหน่งฟันและหัตถการได้ทันที เห็นประวัติการรักษาเก่าเรียงตาม Timeline ชัดเจน ช่วยให้วางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ

  3. เจ้าของคลินิกเห็นตัวเลข real-time : ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถเปิดดูยอดขายประจำวัน จำนวนคนไข้ หรือดูว่าบริการไหนทำรายได้ดีที่สุดผ่านมือถือได้ทันที

  4. ลดรั่วไหล ควบคุมต้นทุนได้เป๊ะ : ระบบคุมสต็อกยาและอุปกรณ์ทันตกรรมได้อย่างแม่นยำ รู้ทันทีว่าวัสดุตัวไหนหาย หรือตัวไหนใกล้หมดอายุ ช่วยลดต้นทุนจมได้อย่างมหาศาลค่ะ

หากคลินิกของทุกคนมีเป้าหมายที่จะเติบโต มีคนไข้เพิ่มขึ้น หรือต้องการขยายสาขา การใช้ Excel ต่อไปอาจดูเหมือนช่วยประหยัดเงินในวันนี้ แต่ในระยะยาวมันกำลังแอบกลืนกินเวลาความน่าเชื่อถือ และโอกาสในการทำกำไรของทุกคนไปโดยไม่รู้ตัว

การลงทุนในระบบบริหารคลินิกทันตกรรมที่ดี ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายค่ะ แต่เป็นการลงทุนเพื่อลดต้นทุนและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ที่จะคืนทุนให้ทุกคนในรูปแบบของความประหยัดเวลา ความแม่นยำ และความประทับใจของคนไข้ค่ะ

แนะนำโปรแกรมดี ๆ ที่เราอยากบอกต่อ JERA Dent โปรแกรมบริหารคลินิกทันตกรรม ครบ จบ ในที่เดียว

สำหรับทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ แล้วกำลังมองหาระบบบริหารคลินิกทันตกรรมที่คุ้มค่า ใช้งานง่าย และตอบโจทย์คลินิกฟันในไทยจริง ๆ เราขอแนะนำ JERA Dent เลยค่ะ!

JERA Dent เป็นโปรแกรมบริหารคลินิกทันตกรรมที่ได้รับการพัฒนาโดย บริษัท ละมุนภัณฑ์ ไอที จำกัด ซึ่งออกแบบมาเพื่อธุรกิจคลินิกทันตกรรมโดยเฉพาะ ไม่ใช่ระบบคลินิกทั่วไปเอามาดัดแปลง ทำให้เข้าใจฟังก์ชั่นการทำงานของหมอฟันและทีมงานอย่างแท้จริงค่ะ

ฟีเจอร์เด่นที่ทำให้ JERA Dent ต่างจากระบบอื่น ๆ

  • ออกแบบเพื่อคลินิกฟันโดยเฉพาะ : รองรับระบบชาร์ตฟัน (Tooth Chart), OPD Timeline, การติดตามคอร์สจัดฟัน รวมไปถึงเอกสารและการชำระเงินด้วยประกันสังคมได้อย่างครบถ้วน

  • Dashboard และรายงานกว่า 30 รายงาน : เหมาะสำหรับเจ้าของธุรกิจ ช่วยให้เห็นภาพรวมคลินิก วิเคราะห์ยอดขาย คุมคลังสินค้าออนไลน์ ป้องกันการทุจริตด้วยระบบอนุมัติ SMS OTP และจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลตามตำแหน่งพนักงาน

  • ปลอดภัยสูงบน Cloud : ข้อมูลทั้งหมดถูกจัดเก็บไว้บน Google Cloud Services มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล พร้อมระบบสำรองข้อมูล (Backup) ให้อัตโนมัติวันต่อวัน ไม่ต้องกลัวข้อมูลหาย

  • เชื่อมต่อ CRM & Social Media (ส่วนเสริมสุดอัจฉริยะ):

    • JERA CRM : เชื่อมต่อระบบคลินิกเข้ากับ LINE Official Account ให้คนไข้กดจองนัดหมาย ตรวจสอบนัด และรับใบเสร็จออนไลน์ได้เองสะดวกมากๆ

    • JERA Chat : ระบบรวมแชทจาก LINE OA, Facebook และ Instagram ไว้ในหน้าจอเดียว ไม่ต้องสลับแอป ตอบแอดมินง่าย บริการคนไข้ได้รวดเร็ว

  • บริการหลังการขายชั้นยอด : มีทีมงานดูแลช่วยเหลือตลอด 7 วัน/สัปดาห์ พร้อมบริการอบรมสอนการใช้งานออนไลน์ฟรีแบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง และอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้ฟรีตลอดอายุการใช้งาน

ปัจจุบัน JERA Dent ได้รับความไว้วางใจจากคลินิกทันตกรรมชั้นนำมากกว่า 200 คลินิก 300 สาขาทั่วประเทศแล้วนะคะ พิเศษสุดๆ สำหรับทุกคนที่อยากลองเปลี่ยนจาก Excel มาใช้ระบบดิจิทัล สามารถเข้าไป ลงทะเบียนนัด Demo เพื่อรับสิทธิ์ทดลองใช้งานฟรี 1 เดือน ได้แล้ววันนี้ที่เว็บไซต์ JERA Dent

 
 
 

ความคิดเห็น


นัด Demo รับสิทธิ์ใช้ฟรี 1 เดือน
บริษัท ละมุนภัณฑ์  ไอที จำกัด

245/68 ซอยรามคำแหง 112ถนนรามคำแหง

แขวง/เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10240

*สิทธิพิเศษเฉพาะลงทะเบียนผ่านช่องทางนี้เท่านั้น (เมื่อสมัคร Package รายปีแบบใดก็ได้)

ขอบคุณสำหรับข้อมูล เราจะรีบติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด!!

JERA Dent ระบบบริหารคลินิกทันตกรรม
LINKS
ABOUT

LAMUNPUN IT Co., Ltd.

e-mail: sales@jeracloud.com

Tel: 02-055-6285

245/68 Ramkhamhaeng 112 Alley, Saphan Sung, Bangkok 10240, Thailand

SOCIAL
  • contact:line
  • contact:facebook
  • contact:youtube

© Copyright 2017-2022 JERA Dent All Rights Reserved, Developed by LAMUNPUN IT Co., Ltd.

bottom of page