วิธีบรรเทาอาการ "ปวดฟันคุด" เบื้องต้น อย่างปลอดภัยทำตามได้จริง!
- Rasita Chanratanayothin
- 7 มิ.ย.
- ยาว 2 นาที

มีใครกำลังเจอปัญหานอนเอามือกุมแก้ม ร้องไห้กระซิก ๆ เพราะอาการ "ปวดฟันคุด" เล่นงานอยู่บ้างไหมคะ เจ้าฟันซี่ในสุดที่ชอบขึ้นมาแบบผิดที่ผิดทาง แอบเอียงบ้าง แอบฝังอยู่ใต้เหงือกบ้าง เวลาเขาเริ่มอักเสบหรือเบียดฟันซี่ข้าง ๆ ขึ้นมาทีไร บอกเลยว่าทรมานจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ พลอยทำให้ไข้ขึ้นและเสียสุขภาพจิตไปหมดเลยใช่ไหมละคะ แน่นอนว่าวิธีแก้ปัญหาฟันคุดที่ต้นเหตุและถาวรที่สุดก็คือ "การไปพบคุณหมอฟันเพื่อผ่าหรือถอนออก" ค่ะ แต่ทุกคนคะ บางทีอาการปวดมันดันมาเซอรไพรส์เราตอนดึกสงัด ตอนไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือในวันที่คิวคลินิกเต็มเอี๊ยดจนยังไปหาหมอทันทีไม่ได้!
วันนี้เราเลยรวบรวม "วิธีบรรเทาอาการปวดฟันคุดเบื้องต้น" ที่ปลอดภัย ถูกต้องตามหลักการแพทย์ และทุกคนสามารถทำตามได้ง่าย ๆ ที่บ้านมาฝากกันค่ะ เอาไว้เป็นคาถาปฐมพยาบาลช่วยให้เราผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤตนี้ไปได้แบบสบายใจขึ้น มาดูกันเลยค่ะ!
ทำความเข้าใจทำไมฟันคุดถึงชอบสร้างความเจ็บปวด ?
ก่อนจะไปดูวิธีแก้ เรามาทำความเข้าใจกับเจ้าฟันตัวร้ายนี้กันก่อนนะคะทุกคน ฟันคุด (Wisdom Tooth) คือฟันกรามซี่สุดท้ายที่อยู่ด้านในสุดของขากรรไกร ทั้งบนและล่าง โดยปกติจะเริ่มขึ้นในช่วงอายุ 17 - 25 ปี แต่เนื่องจากขากรรไกรของมนุษย์เราในปัจจุบันมีขนาดเล็กลง ทำให้ไม่มีพื้นที่เพียงพอให้ฟันซี่สุดท้ายนี้ขึ้นมาได้อย่างตั้งตรงและสวยงาม ผลลัพธ์ก็คือ น้องฟันคุดเลยเลือกที่จะเบียด โผล่มาแค่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ เอียงไปชนฟันข้าง ๆ หรือฝังตัวแน่นอยู่ใต้เหงือกและกระดูกขากรรไกรไปเลยค่ะ
เมื่อฟันขึ้นมาได้ไม่เต็มซี่ ก็จะเกิด "ถุงเหงือก" หรือเนื้อเยื่อเหงือกที่มาคลุมผิวฟันไว้บางส่วน ซึ่งตรงนี้แหละค่ะที่เป็นปัญหาใหญ่! เพราะมันจะกลายเป็น ซอกอับ ดักจับเศษอาหาร คราบพลัค และแบคทีเรียชั้นดี ยิ่งเราแปรงฟันเข้าไปไม่ถึง แบคทีเรียก็ยิ่งเติบโตและปล่อยกรดออกมา จนทำให้เหงือกบริเวณนั้นอักเสบ บวม แดง และส่งสัญญาณความปวดตุ้บ ๆ มาทำร้ายเรา หรือในบางกรณีที่ฟันคุดเอียงไปชนฟันกรามซี่ข้าง ๆ แรงดันจากการพยายามดันตัวขึ้นของฟันคุดก็จะทำให้เกิดอาการปวดร้าวลึกเข้าไปในขากรรไกรและกกหูได้เช่นกันค่ะ
7 วิธีบรรเทาอาการปวดฟันคุดด้วยตัวเอง (ฉบับเร่งด่วน & ปลอดภัย)
หากความปวดเริ่มทวีคูณจนทุกคนทนไม่ไหว ลองหยิบวิธีรอบตัวเหล่านี้ไปใช้ระงับความเจ็บปวดกันก่อน เพื่อประคองอาการให้พร้อมก่อนไปพบทันตแพทย์ค่ะ
1. พึ่งพายาแก้ปวดและยาต้านการอักเสบ (อย่างถูกวิธี)
วิธีที่เร็วและตรงจุดที่สุดคือการทานยาค่ะ ทุกคนสามารถทาน ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) เพื่อบรรเทาอาการปวดขั้นต้นได้ (ทานตามน้ำหนักตัวและเว้นระยะเวลา 4-6 ชั่วโมงนะคะ) แต่ถ้าปวดระบมจนระงับไม่อยู่ ยาในกลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือ NSAIDs เช่น ไอบูโพรフェン (Ibuprofen) จะช่วยลดทั้งอาการปวดและอาการเหงือกบวมอักเสบได้ดีมาก ๆ ค่ะ
ข้อควรระวัง : สำหรับใครที่มีโรคประจำตัว โรคกระเพาะ เป็นหอบหืด หรือกำลังตั้งครรภ์ ต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทานยากลุ่ม NSAIDs ทุกครั้งนะคะ และห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ทานเองเด็ดขาดหากไม่มีคำสั่งแพทย์ค่ะ
2. บำบัดด้วยความเย็น (ประคบเย็นภายนอกขากรรไกร)
เมื่อเหงือกบริเวณฟันคุดเริ่มบวมตุ่ยจนแก้มโย้ ให้ทุกคนไปหยิบเจลประคบเย็น (Cool Gel) หรือเอาน้ำแข็งห่อผ้าขนหนูผืนบาง ๆ มาแปะประคบไว้ที่ ข้างแก้ม ฝั่งที่ปวดค่ะ ความเย็นจะช่วยให้หลอดเลือดหดตัว ลดการไหลเวียนของเลือดบริเวณที่อักเสบ ส่งผลให้อาการบวมยุบลง และช่วยบล็อกความรู้สึกเจ็บปวดให้รู้สึกชาขึ้นมาได้บ้าง ประคบครั้งละ 15 - 20 นาที ย้ำว่าประคบข้างแก้มด้านนอกนะคะ ห้ามเอาผ้าห่อน้ำแข็งไปอมหรือวางตรงฟันคุดด้านในเด็ดขาดน้า เพราะจะทำให้เนื้อเยื่อในปากบาดเจ็บจากความเย็นจัดได้ค่ะ
3. อมน้ำเกลืออุ่น ๆ ช่วยฆ่าเชื้อและลดบวม
สูตรโบราณแต่ได้ผลทางวิทยาศาสตร์เต็ม ๆ ค่ะ ให้ทุกคนผสมเกลือป่นประมาณครึ่งช้อนชาเข้ากับน้ำอุ่น 1 แก้ว จากนั้นนำมาอมระบายความร้อนบ้วนปากเบา ๆ วันละ 4 - 5 ครั้ง หรือบ้วนทุกครั้งหลังทานอาหาร น้ำเกลืออุ่น ๆ จะช่วยทำความสะอาดช่องปากผ่านกระบวนการ Osmosis ช่วยดึงน้ำออกจากเนื้อเหงือกที่บวมทำให้เหงือกยุบตัวลง ทั้งยังช่วยลดแบคทีเรีย และล้างเศษอาหารที่อาจเข้าไปติดอยู่ใต้ซอกเหงือกคลุมฟันคุดให้หลุดออกมาได้ง่ายขึ้นค่ะ
4. ปรับท่านอน ยกศีรษะให้สูงขึ้นเพื่อลดแรงดัน
ทุกคนเคยสังเกตไหมคะ ว่าทำไมเวลาเรานอนราบตอนกลางคืน อาการปวดฟันมันจะยิ่งตุ้บ ๆ เจ็บปวดทรมานมากกว่าตอนกลางวัน? นั่นเป็นเพราะเวลาเรานอนราบ แรงดันเลือดจะไหลเวียนไปเลี้ยงที่ศีรษะและใบหน้ามากขึ้น ทำให้แรงดันในหลอดเลือดบริเวณเหงือกที่กำลังอักเสบสูงขึ้นตามไปด้วย คืนนี้ลองปรับมาใช้หมอนหนุนศีรษะให้สูงขึ้นสัก 2 ใบ หรือกึ่งนั่งกึ่งนอนดูนะคะ จะช่วยให้เลือดไหลเวียนกลับสู่ร่างกายส่วนล่างได้ดีขึ้น ลดแรงดันหน่วง ๆ ขจัดความปวดตุ้บ ๆ ให้พอนอนหลับพักผ่อนได้ค่ะ
5. ปรับเปลี่ยนเมนูอาหาร เลือกแบบอ่อนและรสไม่จัด
ช่วงที่ฟันคุดกำลังประท้วง ต้องตามใจช่องปากกันหน่อยนะคะทุกคน เลือกทานอาหารอ่อน ๆ ที่ไม่ต้องเคี้ยวเยอะ กลืนง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ซุป เต้าหู้ หรือโยเกิร์ตแช่เย็น (ความเย็นของโยเกิร์ตช่วยบรรเทาแผลได้ดีมากค่ะ) และพยายามเคี้ยวอาหารด้วยฟันอีกข้างที่ไม่มีปัญหา ที่สำคัญ... งดอาหารรสจัด เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด อาหารหมักดอง หรืออาหารที่ร้อนจัดไปก่อนนะคะ เพราะมันจะเข้าไปกระตุ้นและระคายเคืองเนื้อเยื่อเหงือกที่อ่อนแออยู่แล้วให้เกิดการอักเสบหนักกว่าเดิมค่ะ
6. ห้ามละเลยการแปรงฟันและรักษาความสะอาด
เวลาเจ็บเหงือก หลายคนมักจะหลีกเลี่ยงการแปรงฟันตรงบริเวณนั้นเพราะกลัวเจ็บใช่ไหมคะ? แต่รู้ไหมคะว่านั่นยิ่งทำให้คราบพลัคและเศษอาหารสะสม จนกลายเป็นแหล่งบุฟเฟต์ปาร์ตี้ของแบคทีเรีย! วิธีที่ถูกต้องคือ ให้ทุกคนใช้แปรงสีฟันขนอ่อนนุ่มค่อย ๆ ปัดเบา ๆ บริเวณฟันคุดอย่างระมัดระวัง หรือใช้แปรงกระจุกเดี่ยว (End-tuft brush) ค่อย ๆ ทำความสะอาดซอกลึก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อลุกลามค่ะ
7. สมุนไพรใกล้ตัว ดอกกานพลูหรือน้ำมันกานพลู
หากที่บ้านใครมีสมุนไพรอย่าง "กานพลู" (Clove) สามารถนำมาใช้บรรเทาปวดได้นะคะ เพราะในกานพลูมีสารที่ชื่อว่า ยูจีนอล (Eugenol) ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาชาและต้านการอักเสบตามธรรมชาติ ให้ใช้น้ำมันกานพลูหยดลงบนสำลีก้อนเล็ก ๆ แล้วนำไปอุดไว้บริเวณซอกฟันที่ปวด หรือหากเป็นดอกกานพลูแห้ง ให้นำมาเคี้ยวเบา ๆ ด้วยฟันซี่ที่ปวดเพื่อให้สารสกัดออกมา จะช่วยบรรเทาอาการได้ดีทีเดียวค่ะ

ตอบคำถามที่พบบ่อย (FAQ) เรื่องฟันคุดที่ทุกคนต้องรู้
Q : ฟันคุดไม่ปวดไม่ผ่าตัดออกได้ไหม ?
เป็นคำถามยอดฮิตที่ทุกคนถามกันเข้ามาบ่อยมากค่ะ! คำตอบคือ "ส่วนใหญ่คุณหมอแนะนำให้เอาออกค่ะ" เพราะถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่มีอาการปวด แต่เจ้าฟันคุดที่ขึ้นมาไม่พ้นเหงือกมักจะกลายเป็น ซอกอับ ที่สะสมคราบหินปูนและเศษอาหาร ส่งผลให้ฟันกรามซี่ข้าง ๆ ผุตามไปด้วย (ซึ่งถ้าผุในซอกลึกอาจจะต้องถอนทิ้งทั้ง 2 ซี่เลยนะคะ น่าเสียดายมาก ๆ) หรือบางกรณี ตัวถุงฟันคุดอาจจะเจริญเติบโตไปเป็นถุงน้ำ (Cyst) หรือเนื้องอกที่ทำลายกระดูกขากรรไกรในอนาคตได้ค่ะ ดังนั้นการไปเอกซเรย์ดูและวางแผนเอาออกตั้งแต่เนิ่น ๆ ตอนที่รากฟันยังยาวไม่เต็มที่ ขากรรไกรยังยืดหยุ่น จะช่วยให้แผลหายไวและเจ็บน้อยกว่าการรอให้ปวดแล้วค่อยมาผ่าแน่นอนค่ะ
Q : ผ่าฟันคุดเจ็บไหม ต้องพักฟื้นกี่วัน ?
ระหว่างขั้นตอนการผ่าตัด ทุกคนจะไม่รู้สึกเจ็บเลยค่ะ เพราะคุณหมอจะทำการฉีดยาชาบล็อกความรู้สึกไว้อย่างดี จะมีเพียงความรู้สึกตึง ๆ หรือแรงกดเบา ๆ เท่านั้น ส่วนอาการปวดระบมจะเกิดขึ้นหลังจากที่ยาชาหมดฤทธิ์ในช่วง 2 - 3 วันแรก ซึ่งสามารถควบคุมความเจ็บได้ด้วยการทานยาตามที่คุณหมอจ่ายอย่างเคร่งครัดค่ะ โดยทั่วไปแผลจะเริ่มสนิทและเหงือกจะเต็มภายใน 1 - 2 สัปดาห์ และกลับมาทานอาหารได้ปกติค่ะ
สัญญาณอันตราย! บ่งบอกว่าต้องไปพบแพทย์ "ทันที" ห้ามรอ
วิธีดูแลตัวเองที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้น เป็นเพียงการ "ประทังอาการปวดชั่วคราว" เท่านั้นนะคะ ทุกคน หากใครลองทำตามแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือสังเกตเห็นว่ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย แปลว่าอาการอักเสบเริ่มติดเชื้อรุนแรง ลุกลาม และอันตรายมากแล้ว ต้องรีบหาคลินิกกดคิวเข้าพบคุณหมอทันที ห้ามรอ!
มีไข้สูง หนาวสั่น : แสดงว่าร่างกายกำลังต่อสู้กับการติดเชื้อในกระแสเลือดหรือเนื้อเยื่อรอบ ๆ แล้ว
ใบหน้า แก้ม หรือลำคอบวมเปล่งอย่างรวดเร็ว : เสี่ยงต่อการที่หนองอักเสบจะลุกลามอุดกั้นทางเดินหายใจ
กลืนน้ำลายลำบาก หายใจไม่สะดวก หรืออ้าปากไม่ได้เลย : เนื้อเยื่อติดเชื้ออักเสบรุนแรงจนกล้ามเนื้อขากรรไกรยึดเกร็ง
มีหนองสีเหลืองหรือเขียวไหลออกมา จากบริเวณซอกเหงือกฟันคุด หรือมีกลิ่นปากและรสชาติขมปร่าในปากที่รุนแรงผิดปกติ
"ฟันคุด" เรื่องใหญ่ของคนไข้แต่อย่าปล่อยให้ระบบหลังบ้านเป็นเรื่องใหญ่ของ "คลินิกทันตกรรม" ด้วย JERA Dent
หลังจากที่เราได้รู้วิธีการดูแลตัวเองในมุมของคนไข้ฟันคุดไปอย่างละเอียดแล้ว แอบแวะมาพูดคุยในมุมของ "คุณหมอฟันและเจ้าของคลินิกทันตกรรม" กันบ้างค่ะ ทุกคนรู้ไหมคะว่า ในแต่ละวันคลินิกทันตกรรมต้องบริหารจัดการเคสเยอะมาก ๆ ไหนจะคนไข้เคสฉุกเฉินด่วนจี๋อย่างคนปวดฟันคุดอักเสบที่เดินวอล์กอินเข้ามา ไหนจะเคสจัดฟันตามนัด เคสทำรากฟันเทียม หรือเคสขูดหินปูนทั่วไป ยิ่งคนไข้เยอะ ระบบการทำงานหลังบ้านยิ่งต้องเป๊ะ แม่นยำ และรวดเร็วค่ะ
ถ้าคลินิกไหนยังใช้ระบบเขียนการ์ดกระดาษ จดนัดหมายลงสมุดมือ หรือใช้โปรแกรมบริหารคลินิกทั่วไปที่ไม่ตอบโจทย์งานทันตกรรม บอกเลยว่าคนไข้รอนาน แอดมินปวดหัว คุณหมอทำงานสะดุดปวดหัวไม่แพ้ปวดฟันคุดแน่นอนค่ะ! วันนี้เราเลยอยากมาแชร์ไอเทมเด็ดที่จะช่วย "สยบความปวดหัวหลังบ้าน" ให้กับคุณหมอและเจ้าของคลินิกยุคดิจิทัล นั่นก็คือ JERA Dent (เจร่า เดนท์) โปรแกรมบริหารคลินิกทันตกรรมที่ตอบโจทย์และเข้าใจหมอฟันที่สุดในตอนนี้

ทำไมคลินิกทันตกรรมชั้นนำ ต้องเลือกใช้ JERA Dent ?
JERA Dent คือซอฟต์แวร์บริหารคลินิกทันตกรรมแบบครบวงจร (Dental Clinic Management Software) ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมการทำงานของทันตแพทย์และบุคลากรในคลินิกโดยเฉพาะ โดยระบบทำงานผ่านเทคโนโลยีคลาวด์ที่ทันสมัย ช่วยยกระดับคลินิกให้สมาร์ทขึ้นด้วยฟีเจอร์เด่น ๆ ตามนี้ค่ะ
ออกแบบมาเพื่อคลินิกทันตกรรมโดยเฉพาะ (Specialized for Dental) : เราไม่ได้ดัดแปลงมาจากโปรแกรมคลินิกทั่วไป แต่เราออกแบบระบบบันทึกการรักษาสำหรับคลินิกทันตกรรมโดยตรง มีระบบ ชาร์ตฟัน (Tooth Chart) ที่ดูง่าย, ประวัติการรักษา (OPD), และ Timeline การรักษา ที่บันทึกสะดวกรวดเร็ว รองรับการจัดการคนไข้คอร์สจัดฟันยาว ๆ รวมถึงระบบเอกสารและการเคลมชำระเงินด้วยสิทธิประโยชน์ประกันสังคมได้อย่างถูกต้องแม่นยำค่ะ
ข้อมูลปลอดภัยระดับโลก ด้วยระบบคลาวด์ (Cloud Technology) : หมดกังวลเรื่องคอมพิวเตอร์เสีย ข้อมูลหาย หรือเซิร์ฟเวอร์ล่มไปได้เลยค่ะ เพราะข้อมูลอันล้ำค่าและประวัติคนไข้ทั้งหมดจะถูกจัดเก็บไว้บน Google Cloud Services ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงมาตรฐานสากล พร้อมระบบสำรองข้อมูล (Backup) ให้โดยอัตโนมัติแบบวันต่อวัน (Day-to-Day) คุณหมอสามารถล็อกอินเข้าดูระบบผ่านแท็บเล็ตหรือมือถือได้ทุกที่ทุกเวลาเลยค่ะ
ฟังก์ชันทรงพลังสำหรับเจ้าของธุรกิจ (Management & Marketing)
Dashboard & Reports : มีหน้าแดชบอร์ดสรุปยอด และรายงานวิเคราะห์ธุรกิจอย่างละเอียดยิบ มากกว่า 30 รายงาน ช่วยให้เจ้าของคลินิกมองเห็นทิศทางการตลาด ยอดขาย และพฤติกรรมคนไข้ได้อย่างชัดเจนเพื่อวางแผนธุรกิจได้อย่างแม่นยำค่ะ
ระบบคลังสินค้าออนไลน์ (Inventory) : ควบคุมและตัดสต็อกวัสดุอุปกรณ์ทันตกรรม ยา และเวชภัณฑ์ต่าง ๆ ได้อย่างเรียลไทม์ ป้องกันของขาดหรือของสูญหาย
Security & OTP : เพิ่มความปลอดภัยขั้นสูงสุดด้วยระบบอนุมัติการทำงานสำคัญผ่าน SMS OTP และสามารถจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของพนักงานแต่ละตำแหน่งได้อย่างละเอียดยิบค่ะ
JERA Chat & JERA CRM (ตัวช่วยตอบแชตและมัดใจคนไข้)
JERA Chat (Omnichannel) : แอดมินทำงานง่ายขึ้น 10 เท่า! เพราะระบบจะดึงและรวมแชตจากทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย (Line OA, Facebook, Instagram) มาไว้ในหน้าจอเดียว ช่วยจัดลำดับความสำคัญของแชตลูกค้า และสามารถเชื่อมต่อข้อมูลคนไข้ในระบบ JERA เข้ากับหน้าแชตได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดสลับหน้าจอไปมาค่ะ
JERA CRM : ระบบ Loyalty Program และเครื่องมือการตลาดผ่าน LINE OA ที่ช่วยให้คนไข้สามารถกดเช็กคิวนัดหมาย ดูประวัติการรักษา รับใบเสร็จออนไลน์ หรือสะสมแต้มได้ด้วยตัวเอง ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและสร้างความประทับใจให้คนไข้กลับมาใช้บริการซ้ำค่ะ
บริการหลังการขายระดับพรีเมียม (Excellent Support)
เราให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับหนึ่ง มีทีมงานคอยสปอร์ตดูแลช่วยเหลือและให้คำปรึกษา 7 วันต่อสัปดาห์ พร้อมบริการอบรมสอนการใช้งานระบบออนไลน์ให้แก่พนักงานและคุณหมอ ฟรี! แบบไม่จำกัดจำนวนครั้ง และที่สำคัญเราอัปเดตฟีเจอร์โปรแกรมใหม่ ๆ ให้ฟรีตลอดอายุการใช้งานโดยไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงค่ะ
สุดท้ายนี้สำหรับทุกคนที่กำลังเผชิญหน้ากับความทรมานจากอาการปวดฟันคุดอยู่ อย่าลืมนำ 7 วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่เรานำมาฝากไปปรับใช้กันดูนะคะ และเมื่ออาการปวดทุเลาลงแล้ว ควรรีบกดนัดหมายคุณหมอทันตแพทย์เข้าไปเคลียร์เจ้าฟันคุดเจ้าปัญหาออกไปอย่างด่วน ๆ เลยค่ะ เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีในระยะยาว จะได้กลับมายิ้มสวย ทานของอร่อย ๆ ได้อย่างมีความสุขในทุก ๆ วันค่ะ ด้วยความห่วงใยจากใจจริงนะคะทุกคน!




ความคิดเห็น