เหงือกเป็นหนอง (Dental Abscess) สัญญาณเตือนโรคร้ายในช่องปากที่ไม่ควรละเลย!
- Rasita Chanratanayothin
- 6 วันที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที

ถ้ารู้สึกเจ็บแปล๊บ ๆ ที่เหงือก พอเอานิ้วไปคลำดูหรือส่องกระจกก็ต้องตกใจ เพราะเจอเข้ากับตุ่มบวม ๆ ที่มีน้ำสีเหลือง ๆ ขาว ๆ ซ่อนอยู่ข้างในใช่แล้วค่ะ อาการที่ว่านี้ก็คือ "เหงือกเป็นหนอง" หรือในทางการแพทย์เรียกว่า Dental Abscess นั่นเอง หลายคนพอเห็นว่าเป็นตุ่มหนองเล็ก ๆ บางคนถึงขั้นไปหยิบเข็มมาเจาะ บีบหนองออกเองเหมือนบีบสิว ขอบอกตรงนี้เลยนะคะ ว่าหยุดก่อนค่ะ เพราะนั่นเป็นความคิดที่อันตรายมาก หนองที่เหงือกไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และมันไม่ได้หายไปเองได้ง่าย ๆ เหมือนสิวบนใบหน้า แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยขั้นวิกฤตจากใต้รากฟันที่กำลังบอกว่า ช่องปากของเรากำลังถูกเชื้อโรคโจมตีอย่างหนักแล้วค่ะ
วันนี้เรามาทำความเข้าใจกับเจ้าโรคเหงือกเป็นหนองนี้กันอย่างละเอียด เพื่อที่ทุกคนจะได้รู้วิธีรับมือ และปกป้องรอยยิ้มสวย ๆ ให้อยู่กับเราไปนาน ๆ กันค่ะ
เหงือกเป็นหนอง เกิดจากอะไรกันแน่ ?
ก่อนที่เราจะไปรู้วิธีรักษา เราต้องมาสืบหาต้นตอกันก่อนค่ะว่า เจ้าหนองก้อนเล็กๆ แต่สร้างความเจ็บปวดอันมหาศาลนี้มันเดินทางมาอยู่ที่เหงือกของเราได้ยังไงบ้าง โดยทั่วไปแล้วอาการเหงือกเป็นหนองเกิดจากการที่ เนื้อเยื่อในช่องปากหรือรากฟันเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียค่ะ เมื่อร่างกายของเราตรวจพบสิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรค ระบบภูมิคุ้มกันก็จะส่งเม็ดเลือดขาวเดินทางมาต่อสู้กับแบคทีเรียเหล่านั้น ผลลัพธ์จากการต่อสู้อย่างดุเดือดก็คือ ซากของแบคทีเรีย เซลล์ที่ตายแล้ว และเม็ดเลือดขาวที่รวมตัวกันจนกลายเป็นของเหลวข้น ๆ สีเหลืองขาวที่เราเรียกว่า "หนอง" นั่นเอง ซึ่งทางการแพทย์จะแบ่งลักษณะการเกิดหนองออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ตามตำแหน่งที่เกิดการติดเชื้อดังนี้ค่ะ ทุกคน
หนองที่ปลายรากฟัน (Periapical Abscess) : ประเภทนี้เจอกันบ่อยที่สุดค่ะ เกิดจากการที่ฟันของเราผุลึกมากๆ ผุจนทะลุเข้าสู่โพรงประสาทฟัน หรืออาจเกิดจากฟันแตก ฟันร้าว จนทำให้แบคทีเรียสามารถเดินทางผ่านท่อเล็ก ๆ ของเนื้อฟันลงไปสู่ปลายรากฟันได้ เมื่อเชื้อโรคไปสะสมอยู่บริเวณปลายรากฟันมาก ๆ ร่างกายก็สร้างหนองขึ้นมาดันตัวออกสู่เหงือกภายนอก
หนองที่เหงือกและรอบ ๆ รากฟัน (Periodontal Abscess) : อันนี้มักเกิดในคนที่เป็น "โรคเหงือกอักเสบเรื้อรัง" หรือ "โรคปริทันต์" ค่ะ เกิดจากการที่คราบหินปูนและแบคทีเรียสะสมอยู่ตามร่องเหงือกนาน ๆ จนเหงือกแยกออกจากตัวฟัน กลายเป็นถุงลึก (Pocket) เมื่อมีเศษอาหารไปอุดตันและทำความสะอาดไม่ได้ แบคทีเรียก็เจริญเติบโตจนเกิดเป็นหนองรอบๆ รากฟัน
หนองที่ขอบเหงือก (Gingival Abscess) : เกิดจากการติดเชื้อเฉพาะบริเวณขอบเหงือกชั้นนอก ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากสิ่งแปลกปลอมหลุดเข้าไปติด เช่น เศษอาหารแข็ง ๆ ก้างปลา หรือเปลือกป๊อปคอร์นทิ่มเหงือก แล้วเราไม่ได้เอาออก จนเกิดการอักเสบและเป็นหนองตามมาค่ะ
อาการแบบไหนที่เรียกว่า "วิกฤต" ต้องรีบพบหมอฟันด่วน!
อาการเหงือกเป็นหนองไม่ได้มาแค่ตุ่มหนองเฉยๆ นะคะ แต่มักจะควงคู่มากับอาการข้างเคียงอื่นๆ ที่ทำให้ชีวิตประจำวันของทุกคนหมดสนุกไปเลย ลองมาเช็กกันดูค่ะว่าตอนนี้ใครมีอาการเหล่านี้อยู่บ้าง
ปวดฟันอย่างรุนแรง : เป็นความปวดแบบตุบๆ (ตามจังหวะชีพจร) ปวดร้าวไปถึงใบหู คอ หรือขากรรไกร และความปวดนี้มักจะทวีคูณขึ้นเมื่อเรานอนราบลงไปค่ะ
เสียวฟันและเจ็บเวลาเคี้ยว : แค่ฟันกระทบกันเบาๆ หรือโดนอาหารอุ่นๆ เย็นๆ ก็เจ็บจี๊ดขึ้นสมอง จนไม่อยากเคี้ยวอะไรเลย
มีกลิ่นปากและรสชาติแปลก ๆ : ทุกคนจะรู้สึกเหมือนมีรสขม ๆ เค็ม ๆ ของหนองซึมออกมาในปากตลอดเวลา ทำให้น้ำลายมีกลิ่นเหม็นรุนแรง เสียความมั่นใจสุด ๆ ค่ะ
เหงือกบวม แดง และตึง : บริเวณที่เป็นหนองจะนูนแดงขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด บางครั้งบวมออกมาจนแก้มโย้ หน้าเบี้ยวไปข้างหนึ่งเลยก็มีค่ะ
ต่อมน้ำเหลืองโตและมีไข้ : หากการติดเชื้อเริ่มกระจายตัว ร่างกายจะเริ่มมีไข้ต่ำ ๆ ไปจนถึงไข้สูง และถ้าลองคลำบริเวณใต้คางหรือลำคอ จะเจอต่อมน้ำเหลืองบวมโตและกดเจ็บค่ะ
ข้อควรระวังที่สุด : บางคนอาจพบว่า อยู่ดี ๆ ตุ่มหนองนั้นก็แตกออกเอง แล้วความเจ็บปวดก็หายวับไปกับตา อย่าเพิ่งดีใจไปนะคะ การที่หนองแตกแปลว่าแรงดันลดลง อาการปวดเลยลดลงตาม แต่ "เชื้อโรคที่อยู่ใต้รากฟันยังไม่ได้หายไปไหน" มันแค่รอเวลาที่จะสะสมตัวและกลับมาเป็นใหม่ แถมยังแอบกัดกินกระดูกรองรับรากฟันของเราไปเรื่อย ๆ ด้วยค่ะ

ทำไมเราถึงห้าม "เจาะบีบหนองเอง" และความน่ากลัวหากปล่อยทิ้งไว้
หนุ่ม ๆ สาว ๆ หลายคนติดนิสัยชอบบีบสิว พอเห็นตุ่มหนองที่เหงือกเลยอยากจะจัดการมันด้วยตัวเอง ขอบอกเลยนะคะว่าช่องปากไม่เหมือนผิวหนังภายนอกค่ะ การเอาเข็ม ไม้จิ้มฟัน หรือใช้นิ้วมือที่สกปรกไปเค้นบีบหนองออก อาจทำให้เชื้อโรคจากภายนอกเข้าไปซ้ำเติม หรือแรงบีบอาจจะดันให้เชื้อแบคทีเรียหลุดเข้าสู่กระแสเลือดได้เลยนะคะ และถ้าหากทุกคนเลือกที่จะ "ปล่อยทิ้งไว้" ไม่ยอมไปหาคุณหมอ เพราะกลัวการทำฟัน ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจจะร้ายแรงเกินกว่าที่คิดไว้มากค่ะ
ต้องสูญเสียฟันแท้ : เชื้อแบคทีเรียจะกัดกินเนื้อฟัน รากฟัน และกระดูกรอบๆ ฟันไปเรื่อยๆ จนในที่สุดฟันจะโยก และไม่สามารถเก็บฟันซี่นั้นไว้ได้อีกต่อไป ต้องถอนทิ้งอย่างน่าเสียดายค่ะ
เชื้อลุกลามสู่เนื้อเยื่อส่วนลึก (Ludwig's Angina) : หนองและเชื้อโรคสามารถแพร่กระจายลงสู่ใต้คางและลำคอ ทำให้คอบวมเป่งจนไปกดทับทางเดินหายใจ ซึ่งอันตรายถึงชีวิตและต้องได้รับการผ่าตัดฉุกเฉินค่ะ
ไซนัสอักเสบ : สำหรับฟันบนที่อยู่ใกล้กับโพรงไซนัส หากรากฟันเป็นหนอง เชื้อโรคสามารถทะลุเข้าไปในโพรงไซนัส ทำให้เกิดอาการปวดหัว น้ำมูกไหลมีกลิ่นเหม็น และกลายเป็นโรคไซนัสอักเสบตามมา
ติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) : นี่คือกรณีที่ร้ายแรงที่สุดค่ะ แบคทีเรียหลุดเข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิต กระจายไปทั่วร่างกาย ส่งผลให้อวัยวะภายในล้มเหลว และเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เลยทีเดียว
วิธีการรักษาที่ถูกต้องโดยคุณหมอฟัน
เมื่อทุกคนไปพบคุณหมอฟัน คุณหมอจะทำการตรวจอย่างละเอียด (บางครั้งอาจต้องเอกซเรย์ดูใต้รากฟันด้วยค่ะ) เพื่อดูว่าหนองนั้นมาจากไหน และจะวางแผนการรักษาตามความเหมาะสม ซึ่งมีขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้ค่ะ
การระบายหนองออก (Drainage) : คุณหมอจะทำการเปิดทางเพื่อให้หนองที่ค้างอยู่ไหลออกมา โดยการกรีดเหงือกเล็กๆ หรือเจาะผ่านตัวฟัน เพื่อลดแรงดันและความเจ็บปวด พร้อมทั้งล้างทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
การรักษารากฟัน (Root Canal Treatment) : หากหนองเกิดจากฟันผุลึกจนโพรงประสาทฟันตาย คุณหมอจะช่วยรักษาซี่ฟันไว้ให้เรา โดยการเอาเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อในรากฟันออก ทำความสะอาด และอุดปิดรากฟันให้แน่นหนา เพื่อไม่ให้แบคทีเรียกลับมาได้อีก
การรักษาโรคเหงือก (Periodontal Treatment) : ในกรณีที่เกิดจากโรคปริทันต์ คุณหมอจะทำการเกลารากฟัน (Root Planing) และขูดหินปูนใต้เหงือกอย่างละเอียด เพื่อกำจัดแหล่งสะสมของเชื้อโรคค่ะ
การถอนฟัน (Extraction) : หากปล่อยไว้นานจนเนื้อฟันและกระดูกรอบๆ ถูกทำลายไปหมดแล้ว ไม่เหลือทางเลือกอื่น คุณหมอก็จำเป็นต้องถอนฟันซี่นั้นออกเพื่อหยุดยั้งการกระจายของเชื้อโรคค่ะ
การให้ยาปฏิชีวนะ : คุณหมออาจจะจ่ายยาฆ่าเชื้อหรือยาแก้ปวดร่วมด้วย โดยเฉพาะรายที่มีอาการบวมลุกลามหรือมีไข้ค่ะ
วิธีการดูแลตัวเองและป้องกันไม่ให้เหงือกเป็นหนอง
เพื่อไม่ให้ทุกคนต้องเผชิญกับความทรมานจากโรคนี้ การป้องกันไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ คือสิ่งที่ดีที่สุดและทำได้ง่ายที่สุดค่ะ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามนี้เลยค่ะ
แปรงฟันให้ถูกวิธีอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง : เน้นย้ำว่าต้องแปรงให้ถึงขอบเหงือกด้วยนะคะ โดยวางขนแปรงทำมุม 45 องศากับรอยต่อของเหงือกและฟัน แล้วปัดเบา ๆ
ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน : แปรงฟันอย่างเดียวทำความสะอาดซอกฟันไม่ได้นะคะทุกคน ต้องใช้ไหมขัดฟันช่วยเคลียร์เศษอาหารออกให้หมด เพื่อไม่ให้แบคทีเรียเอาไปเป็นอาหาร
ลดการกินของหวานและอาหารเหนียว ๆ : น้ำตาลคืออาหารจานโปรดของแบคทีเรียเลยค่ะ กินเสร็จแล้วถ้าบ้วนปากหรือแปรงฟันได้จะดีมากเลยค่ะ
พบคุณหมอฟันทุก ๆ 6 เดือน : อย่ารอให้ปวดแล้วค่อยมานะคะ การตรวจสุขภาพช่องปากและขูดหินปูนเป็นประจำทุกครึ่งปี จะช่วยให้คุณหมอเจอจุดผุเล็ก ๆ หรือเหงือกอักเสบเริ่มแรก และแก้ไขได้ทันก่อนที่จะกลายเป็นตุ่มหนองค่ะ

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ใครที่กำลังส่องกระจกแล้วรู้สึกเสียวๆ เจ็บๆ หรือแอบเห็นตุ่มหนองเล็กๆ ที่เหงือกอยู่ละก็ห้ามปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาดเลยนะคะ! เรื่องของช่องปากและฟัน ยิ่งรักษาเร็ว ยิ่งเจ็บตัวน้อย และประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าค่ะ
บริหารคลินิกฟันให้สมาร์ทกว่าที่เคย ด้วยระบบจัดการคลินิกทันตกรรมจาก Jera Dent!
สำหรับคุณหมอและเจ้าของคลินิกทันตกรรมทุกคนคะ ปวดหัวไหมคะ กับการต้องมานั่งจัดการนัดหมายคนไข้ที่ซับซ้อน เคสคนไข้เหงือกเป็นหนองที่ต้องติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง หรือระบบคลังยาและวัสดุทันตกรรมที่นับเท่าไหร่ก็ไม่เคยตรงสักที ยิ่งเคสคนไข้เยอะ การบริหารหลังบ้านด้วยระบบกระดาษหรือโปรแกรมเก่า ๆ ก็ยิ่งสร้างความวุ่นวายให้คลินิก
ขอแนะนำ Jera Dent ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การทำงานของคลินิกทันตกรรมโดยเฉพาะ ช่วยให้ทุกคนบริหารงานได้ไหลลื่นไม่มีสะดุด ด้วยฟีเจอร์เด่นที่ครอบคลุมทุกมิติ
ระบบบันทึกประวัติการรักษา (EMR) & แผนผังฟัน (Dental Charting) : บันทึกรอยโรค ฟันผุ หรือเคสเหงือกเป็นหนองได้อย่างละเอียด แม่นยำ ดูประวัติย้อนหลังได้ง่ายในไม่กี่คลิก
ระบบนัดหมายอัจฉริยะ : จัดการตารางเวลาของคุณหมอแต่ละท่านได้อย่างลงตัว ลดปัญหานัดซ้อน พร้อมระบบแจ้งเตือนคนไข้ล่วงหน้า ช่วยลดอัตราการพลาดนัด (No-show) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ระบบบริหารคลังยาและเวชภัณฑ์ : ตัดสต็อกอัตโนมัติทันทีที่มีการใช้งาน แจ้งเตือนเมื่อวัสดุทันตกรรมใกล้หมดอายุก่อนที่จะเกิดปัญหา
ระบบบัญชีและสรุปยอดรายได้ : ดูรายงานรายรับ - รายจ่าย ค่ามือคุณหมอ และสถิติคนไข้ได้แบบ Real-time ช่วยให้เจ้าของคลินิกวิเคราะห์ทิศทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำ
เราพัฒนาระบบนี้ขึ้นมาเพื่อให้ใช้งานง่าย หน้าตาโปรแกรมสวยงาม (User-friendly) พนักงานหน้าเคาน์เตอร์และคุณหมอเรียนรู้ได้ไว ไม่ต้องเก่งคอมพิวเตอร์ก็ใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว แถมยังรองรับข้อมูลที่ปลอดภัยตามมาตรฐานสากลด้วยค่ะ




ความคิดเห็น