top of page
ค้นหา

ค่าใช้จ่ายเปิดคลินิกทันตกรรม 2026 แจกแจงงบแบบละเอียด

  • รูปภาพนักเขียน: Rasita Chanratanayothin
    Rasita Chanratanayothin
  • 29 เม.ย.
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 5 วันที่ผ่านมา

ก้าวเข้าสู่ปี 2026 แล้วต้องบอกว่าการเปิดคลินิกทันตกรรมไม่ได้มีแค่เรื่องของฝีมือแล้วค่ะ การมีโปรแกรมคลินิกทันตกรรม หรือเรื่องของเทคโนโลยี ไปจนถึงการบริหารต้นทุนที่ฉลาดขึ้นด้วย วันนี้เราจะมาเจาะลึกงบประมาณแบบกางตัวเลขให้ดูชัดๆ ว่าถ้าอยากเป็นเจ้าของคลินิกในปีนี้ ต้องเตรียมเงินในกระเป๋าไว้เท่าไหร่ดี

เตรียมยาดมไว้ข้างๆ แล้วมาเช็กลิสต์ไปพร้อมกันเลยค่ะ!

1. งบประมาณด้านสถานที่และงานตกแต่ง (The Foundation)

ในปี 2026 ค่าแรงช่างและวัสดุก่อสร้างมีการปรับตัวขึ้นพอสมควรค่ะ การตกแต่งคลินิกไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่ต้องเป๊ะตามมาตรฐาน สบส. (กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ) ด้วยนะ

  • ค่าเช่าและเงินประกัน : มักจะต้องจ่ายล่วงหน้า 3 เดือน (ประมาณ 150,000 - 300,000 บาท ตามทำเล)

  • งานรีโนเวทและตกแต่งภายใน : รวมถึงกั้นห้องตรวจ, ห้องเอ็กซเรย์ (ต้องกรุตะกั่ว!), ห้องล้างอุปกรณ์ และงานระบบน้ำ-ลม-ไฟ (เฉลี่ย 800,000 - 1,500,000 บาท)

  • เฟอร์นิเจอร์โซนพักคอย : เคาน์เตอร์ต้อนรับและที่นั่งคนไข้ (100,000 - 200,000 บาท)

2. งบเครื่องมือและอุปกรณ์ทันตกรรม (The Core Technology)

นี่คือส่วนที่หนักที่สุดค่ะ แต่ก็เป็นส่วนที่จะสร้างรายได้ให้เรามากที่สุดเช่นกัน ในปี 2026 คลินิกส่วนใหญ่เริ่มขยับเป็น Digital Dentistry กันหมดแล้ว

รายการอุปกรณ์

งบประมาณโดยประมาณ

(ต่อ 1 ยูนิต)

หมายเหตุ

ยูนิตทำฟัน (Dental Unit)

350,000 - 800,000 บาท

ขึ้นอยู่กับแบรนด์ (จีน/ยุโรป)

เครื่องเอ็กซเรย์ Digital / 3D CBCT

500,000 - 2,500,000 บาท

ถ้าเน้นรากเทียมต้อง 3D ค่ะ

เครื่องนึ่งฆ่าเชื้อ (Autoclave)

80,000 - 150,000 บาท

ต้องได้มาตรฐาน Class B

ชุด Handpieces และเครื่องขูดหินปูน

100,000 - 200,000 บาท

ควรมีสำรองหลายชุด

Intraoral Scanner

300,000 - 600,000 บาท

ตัวช่วยปิดการขายจัดฟัน/วีเนียร์

วัสดุสิ้นเปลืองงวดแรก

150,000 - 250,000 บาท

ยาชา, วัสดุอุด, ถุงมือ, ฯลฯ

3. ค่าธรรมเนียมและใบอนุญาต (Legal & Admin)

อย่ามองข้ามงบจุกจิกตรงนี้นะคะ เพราะถ้าไม่ทำตามกฎหมาย คลินิกเปิดไม่ได้นะเธอ!

  • ค่าจดทะเบียนนิติบุคคล/การค้า : 5,000 - 20,000 บาท

  • ค่าใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล : (ค่าธรรมเนียมรัฐไม่สูงมาก แต่มีค่าดำเนินการและเอกสาร)

  • ค่าตรวจรับรองเครื่องเอ็กซเรย์ : 10,000 - 30,000 บาท

  • ซอฟต์แวร์บริหารคลินิก (Cloud-based) : 20,000 - 50,000 บาท/ปี (ยุคนี้ต้องเช็กคิวผ่านมือถือได้แล้วค่ะ)


4. งบการตลาดและการเปิดตัว (Marketing & Branding)

เปิดร้านสวยแต่ไม่มีคนรู้ก็จบกันค่ะ ยุค 2026 การยิง Ads อย่างเดียวอาจไม่พอ ต้องสร้างตัวตนด้วย

  • ค่าออกแบบ Logo และ CI Brand : 20,000 - 50,000 บาท

  • งบการตลาดออนไลน์ (FB, TikTok, Google) : 50,000 - 100,000 บาท (ในช่วง 3 เดือนแรก)

  • ป้ายหน้าคลินิก : 50,000 - 150,000 บาท (ต้องเด่นและดูสะอาดสะอ้านค่ะ)

5. งบสำรองหมุนเวียน (Cash Reserve)

ข้อนี้สำคัญมาก! อย่าใช้เงินจนหยดสุดท้ายในการแต่งร้านนะคะ เพราะช่วง 6 เดือนแรก รายได้อาจยังไม่เสถียร

  • เงินเดือนพนักงาน (ผู้ช่วย/เคาน์เตอร์) : เตรียมไว้เลย 3-6 เดือน (300,000 - 500,000 บาท)

  • ค่าสาธารณูปโภคและค่าเช่า : สำรองไว้เผื่อกรณีคนไข้น้อย (200,000 บาท)

สรุปภาพรวมงบประมาณ (Estimated Total)

"สูตรเปิดคลินิก 1 ยูนิต (เริ่มต้น):" เตรียมไว้ประมาณ 2.5 - 3.5 ล้านบาท"สูตรเปิดคลินิก 2-3 ยูนิต (Full Option/Digital):" เตรียมไว้ประมาณ 5 - 8 ล้านบาท++

ปี 2026 เป็นปีที่คนไข้เลือกคลินิกจากความสะอาดและความรวดเร็วค่ะ การลงทุนกับระบบนัดหมายออนไลน์และเครื่องสแกนในปาก จะช่วยลดระยะเวลาการทำงาน และเพิ่มความประทับใจได้มากถ้าใครงบจำกัด แนะนำให้เน้นหนักที่งานระบบและเก้าอี้ทำฟันคุณภาพดีก่อน ส่วนงานตกแต่งสามารถทำแบบ Minimal แต่ดูแพงได้ (Less is more ค่ะ!) สุดท้ายอย่าลืมเรื่องระบบเป็นเรื่องที่สำคัญถ้าทำเองแล้วรู้สึกว่ามันยากมีโปรแกรมคลินิกทันตกรรมที่อยากชวนทุกคนดูว่ามันเริ่ดจริง!


 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page