top of page
ค้นหา

ระบบสต๊อกคลินิกทันตกรรม ช่วยคุมเวชภัณฑ์และต้นทุนได้ยังไง!

  • รูปภาพนักเขียน: Rasita Chanratanayothin
    Rasita Chanratanayothin
  • 13 ก.ค.
  • ยาว 2 นาที

ถ้าทุกคนกำลังอ่านบทความนี้อยู่เป็นหนึ่งในเจ้าของคลินิกทันตกรรม หรือกำลังรับหน้าที่เป็นผู้บริหารจัดการงานในคลินิกฟันย่อมรู้ดีว่านอกเหนือจากเรื่องการทำการตลาดเรียกลูกค้า การจัดตารางนัดหมายคนไข้ หรือการเฟ้นหาคุณหมอมือดีมาร่วมงานแล้ว ยังมีอีกหนึ่งภารกิจหลังบ้านที่เปรียบเสมือน "ปราบเซียน" และชวนให้ปวดหัวได้ทุกวี่ทุกวันสิ่งนั้นก็คือ "การจัดการสต๊อกและคลังเวชภัณฑ์" นั่นเองค่ะ!

ทุกคนลองนึกภาพตามนะคะ งานทันตกรรมเป็นงานที่มีความเฉพาะทางและมีความละเอียดอ่อนสูงมาก ส่งผลให้อุปกรณ์และเวชภัณฑ์ที่ต้องใช้ในแต่ละเคสมีจำนวนยิบย่อยจนแทบจะนับไม่ถ้วน ตั้งแต่ของชิ้นเล็ก ๆ ที่ใช้แล้วทิ้งอย่าง ยาชา, หัวกรอ, น้ำยาบ้วนปาก, ถุงมือ, แมสก์, ไม้ป้ายยา (Microbrush), สำลี ไปจนถึงวัสดุอุดฟันหลากเฉดสีอย่าง Composite Resin, ซีเมนต์อุดรากฟัน, ผงพิมพ์ปาก (Alginate), ปูนเทแบบ และอุปกรณ์จัดฟันชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่าง Brackets, Buccal Tubes และยางจัดฟันโอริงสีสันต่างๆ สิ่งเหล่านี้ทุกคนรู้ไหมคะว่ามันคือ "ต้นทุนเนื้อ ๆ" ของคลินิกทั้งนั้นเลยค่ะ และที่สำคัญที่สุด เวชภัณฑ์ทางทันตกรรมส่วนใหญ่มีราคาสูง แถมยังมีวันหมดอายุที่แน่นอนอีกด้วย

คำถามสำคัญคือตอนนี้คลินิกของทุกคนกำลังบริหารจัดการสต๊อกที่ยุ่งเหยิงเหล่านี้ด้วยวิธีไหนอยู่คะ บางคลินิกยังใช้ระบบดั้งเดิมอย่างการจดบันทึกด้วยมือลงสมุดเล่มหนา ๆ บางคลินิกขยับขยายเทคโนโลยีขึ้นมาหน่อยด้วยการคีย์ข้อมูลลงในตาราง Excel ซึ่งทุกคนก็น่าจะเคยเจอปัญหาคลาสสิกคล้าย ๆ กันใช่ไหมคะ เช่น

ยุ่งจนลืมจด (The Chaotic Day Amnesia)

วันไหนที่เคสคนไข้แน่นร้านพร้อมๆ กัน ทั้งเคสจัดฟัน เคสอุดฟัน เคสรักษารากฟัน โทรศัพท์สายเข้าหน้าเคาน์เตอร์ก็ดังไม่หยุด แถมคนไข้ใหม่ก็เดิน Walk-in เข้ามาสแตนด์บายรอ ทุกคนลองนึกภาพตามนะคะ เจ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์และผู้ช่วยทันตแพทย์ต้องวิ่งวุ่นสลับหน้าที่กันจนหัวหมุน พอถึงจังหวะที่ต้องรีบวิ่งไปหยิบวัสดุอุปกรณ์เร่งด่วน เช่น ยาชา ล็อตยางจัดฟัน หรือหัวกรอไปส่งให้คุณหมอในห้องตรวจ ในใจก็คิดว่า "เดี๋ยวเคลียร์เคสนี้เสร็จค่อยกลับมาจดลงสมุดนะ" หรือ "เดี๋ยวค่อยไปคีย์ลง Excel ตอนเย็นทีเดียว" แต่ความจริงคือ พอหมดวันทุกคนก็เหนื่อยล้าจนสมองตื้อและลืมสนิทเลยค่ะ! ผลลัพธ์คือ ของถูกเบิกออกไปใช้จริงทุกวัน แต่ในระบบสารบบไม่เคยรับรู้ กลายเป็นรูรั่วซึมเล็กๆ ที่สะสมจนกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ที่หายไปอย่างไร้ร่องรอยค่ะ

ข้อมูลคลาดเคลื่อนจาก Human Error

ปัญหานี้มักเกิดขึ้นเป็นประจำกับคลินิกที่ยังใช้ระบบจดมือหรือใช้ตาราง Excel ค่ะ ทุกคนคะ ความเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวัน หรือความเร่งรีบ มักทำให้เกิดความผิดพลาดในสิ่งที่เราเรียกว่า Human Error ได้ง่ายมาก ๆ เช่น พนักงานพิมพ์ตัวเลขสลับกัน จากที่จะคีย์ตัดสต๊อกแค่ 1 ชิ้น มือดันไปลั่นกดเลข 10 หรือบางทีเวชภัณฑ์ทันตกรรมมีชื่อและลักษณะคล้ายกันมาก ต่างกันแค่เฉดสีหรือประเภทสารเคมีนิดเดียว (เช่น Composite Resin เฉด A2 กับ A3 หรือสาร Bonding แต่ละเจนเนอเรชั่น) พนักงานก็คีย์หักยอดผิดบรรทัดไปเลยก็มีค่ะ พอถึงเวลาต้องมานั่งเช็กสต๊อกใหญ่ตอนสิ้นเดือนทีไร เจ้าของคลินิกแทบจะร้องไห้ เพราะยอดในหน้าจอคอมพิวเตอร์กับจำนวนของจริงที่เหลือกองอยู่ในตู้ไม่เคยตรงกันเลยสักที ต้องมานั่งไล่เบี้ยหาจุดผิดกันตาแฉะ เสียทั้งเวลาและเสียทั้งสุขภาพจิตของทีมงานสุด ๆ เลยค่ะ

วิกฤตหน้างาน ของหมด-ของหมดอายุ (The Treatment Room Disaster)

บอกเลยว่าสถานการณ์นี้คือ "ฝันร้ายที่สุด" ของทั้งคุณหมอและเจ้าของคลินิกเลยค่ะทุกคน! ลองจินตนาการดูนะคะ คนไข้นอนอยู่บนยูนิตทำฟันเรียบร้อย ฉีดยาชาไปแล้ว ยาชากำลังออกฤทธิ์เต็มที่ คนไข้อ้าปากรอคุณหมอลงมือรักษาอย่างใจจดใจจ่อ แต่พอคุณหมอหันมาสั่งผู้ช่วยว่าขอวัสดุอุดรากฟันตัวนี้ หรือขอไฟล์ขยายคลองรากฟันเบอร์นี้ ผู้ช่วยเดินไปเปิดตู้ค้นหาแล้วกลับหันมาบอกด้วยหน้าตาเลิ่กลั่กว่า "อุ้ย! ของหมดค่ะคุณหมอ" หรือที่ชวนช็อกกว่านั้นคือ หยิบกล่องออกมาได้แล้ว แต่เหลือบไปเห็นว่า "หมดอายุไปตั้งแต่เดือนที่แล้ว" > วินาทีนั้นบรรยากาศในห้องตรวจจะมาคุทันทีค่ะ! สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือความโกลาหล ผู้ช่วยต้องวิ่งวุ่นโทรหาดีลเลอร์ให้มาส่งด่วน หรือต้องส่งคนวิ่งไปขอยืมคลินิกข้างๆ คนไข้ที่นอนรออยู่บนเตียงจะรู้สึกกังวลและเสียเวลามาก นอกจากคลินิกของเราจะดูไม่เป็นมืออาชีพในสายตาคนไข้แล้ว ยังส่งผลให้เสียโอกาสในการรักษาในวันนั้น และทำให้คนไข้สูญเสียความเชื่อมั่นจนพาลเปลี่ยนใจย้ายไปรักษาที่คลินิกอื่นแทน ซึ่งนี่คือความเสียหายและต้นทุนค่าเสียโอกาสที่ประเมินเป็นมูลค่าเงินไม่ได้เลยนะคะ

ความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหล่านี้แหละทุกคน ที่เป็น "รอยรั่วซึมขนาดใหญ่"  ที่คอยสูบเงินออกจากกระเป๋าของเจ้าของคลินิกโดยที่เราไม่รู้ตัว การควบคุมต้นทุนแฝง (Hidden Costs) เหล่านี้จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้คลินิกของเรามีกำไรอย่างเป็นกอบเป็นกำ

ดังนั้น การมี "ระบบสต๊อกคลินิกทันตกรรม" ที่ดีและเป็นมืออาชีพ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการจัดระเบียบสิ่งของในตู้ให้ดูสวยงามสบายตาเท่านั้นนะคะ แต่งานนี้มันคือเครื่องมือทรงพลังที่จะเข้ามาช่วยอุดรอยรั่ว คุมต้นทุน และพลิกโฉมการบริหารงานในคลินิกของทุกคนให้ง่ายและแม่นยำขึ้นแบบหน้ามือเป็นหลังมือเลยค่ะ!

ในบทความนี้ เราจะพาทุกคนไปเจาะลึกกันว่าระบบสต๊อกอัจฉริยะสำหรับคลินิกทันตกรรมนั้น จะสามารถช่วยควบคุมเวชภัณฑ์และบริหารต้นทุนให้คลินิกของทุกคนได้อย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไรบ้าง ถ้าพร้อมแล้วตามมาดูหน้าถัดไปกันเลยค่ะ!

ระบบตัดสต๊อกอัตโนมัติแบบ Real-time (ทันทีเมื่อเกิดการใช้งาน)

จุดที่ทำให้เงินในคลินิกฟันรั่วไหลมากที่สุด มักเกิดจากการที่พนักงานนำเวชภัณฑ์ออกไปใช้แล้วไม่ได้บันทึก หรือมานั่งบันทึกย้อนหลังตอนเย็นจนข้อมูลตกหล่นค่ะ แต่ถ้าทุกคนเปลี่ยนมาใช้ระบบสต๊อกคลินิกทันตกรรม ระบบจะทำการเชื่อมโยงข้อมูลหน้าเคาน์เตอร์กับคลังสินค้าเข้าด้วยกันทันที เมื่อคุณหมอทำหัตถการเสร็จ มีการบันทึกการรักษาและออกใบเสร็จรับเงินให้คนไข้ ระบบจะทำการ "ตัดสต๊อกเวชภัณฑ์และยาที่เกี่ยวข้องให้อัตโนมัติ" ในทันทีแบบ Real-time เลยค่ะ ทุกคนจึงสามารถเช็กยอดคงเหลือของวัสดุอุปกรณ์ทุกชิ้นได้ตลอดเวลาผ่านหน้าจอ ไม่ต้องเสียเวลามานั่งนับมือตอนสิ้นเดือนให้ตาพร่าอีกต่อไปแล้วค่ะ

ระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะ ป้องกันของขาดมือ และของหมดอายุค้างตู้

ปัญหาคลาสสิกอย่างวัสดุอุดฟันเฉดสีฮิต ๆ หมดกะทันหัน หรือเปิดตู้ยามาเจอยาชาหมดอายุไปเมื่อเดือนที่แล้ว จะหมดไปทันทีค่ะทุกคน! เพราะระบบสต๊อกอัจฉริยะจะมีฟังก์ชันให้เราตั้งค่าจุดสั่งซื้อขั้นต่ำ (Min-Max Stock) เมื่อไอเทมชิ้นไหนถูกใช้จนเหลือถึงจำนวนวิกฤตที่เรากำหนดไว้ ระบบจะทำการแจ้งเตือนทันทีเพื่อให้เราสั่งซื้อเพิ่มได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ ระบบยังช่วยติดตาม Lot Number และวันหมดอายุของเวชภัณฑ์อย่างละเอียด ช่วยให้เราจัดลำดับการหยิบของแบบ FIFO (First-In, First-Out) คือเอาของที่ล็อตเก่ากว่าหรือใกล้หมดอายุออกมารวมถึงใช้งานก่อน ช่วยลดการทิ้งขว้างเวชภัณฑ์หมดอายุที่แสนแพงไปได้อย่างน่าเสียดายค่ะ

แยกคลังเวชภัณฑ์ตามห้องตรวจและรายสาขาได้อย่างละเอียด

คลินิกทันตกรรมส่วนใหญ่ไม่ได้มีแค่ห้องตรวจเดียวใช่ไหมคะทุกคน? บางแห่งมี 3-5 ห้องตรวจ หรือบางธุรกิจมีขยายไปหลายสาขา การกระจายเวชภัณฑ์ไปตามห้องต่างๆ มักทำให้ควบคุมยากและเกิดการตุนของไว้ที่ห้องตัวเอง แต่ระบบสต๊อกที่ดีจะสามารถแยกคลังสินค้าออกเป็นคลังย่อยๆ ได้ เช่น คลังใหญ่หลังบ้าน, คลังประจำห้องตรวจที่ 1, คลังห้องผ่าตัดศัลยกรรมช่องปาก หรือแยกตามรายสาขา ทำให้ทุกคนรู้ได้ทันทีว่าวัสดุชิ้นนี้อยู่ที่ไหน ใครเป็นคนเบิกไปใช้ และช่วยป้องกันการสูญหายหรือการเบิกซ้ำซ้อนได้อย่างดีเยี่ยมเลยค่ะ

วิเคราะห์ต้นทุนต่อเคสและคำนวณกำไรสุทธิได้อย่างแม่นยำ

การตั้งราคาค่าบริการทันตกรรม บางครั้งเราตั้งจากความคุ้นเคยหรือดูราคาตลาดรอบข้างใช่ไหมคะทุกคน? แต่ระบบสต๊อกจะช่วยให้ทุกคนเห็นภาพรวมต้นทุนที่แท้จริง! ระบบสามารถคำนวณได้เลยว่า ในการทำหัตถการหนึ่งครั้ง เช่น การรักษารากฟัน หรือการปักรากฟันเทียม มีการใช้วัสดุสิ้นเปลืองไปเท่าไหร่ เมื่อนำไปหักลบกับค่ามือแพทย์ (Commission) และค่าแลป (Lab) ที่ระบบคำนวณให้อัตโนมัติแล้ว จะทำให้ทุกคนเห็น "กำไรสุทธิที่แท้จริงต่อเคส" ทันที ช่วยให้วางแผนการตลาด ออกโปรโมชัน หรือปรับราคาได้อย่างมั่นใจโดยไม่เสี่ยงขาดทุนค่ะ

ทุกคนคงเริ่มมองเห็นความสำคัญและประโยชน์อันมหาศาลของระบบสต๊อกกันแล้วใช่ไหมคะ? และถ้าทุกคนกำลังมองหาตัวช่วยชั้นยอดที่จะเข้ามาจัดการระบบนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยไม่ต้องลองผิดลองถูกให้เสียเวลา วันนี้เราขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับ JERA Dent โปรแกรมบริหารคลินิกทันตกรรมออนไลน์ครบวงจรที่ดีที่สุดในยุคนี้เลย

  • คลังเวชภัณฑ์และยาอัจฉริยะ : เช็กยอดคงเหลือได้แบบเรียลไทม์ มีระบบแจ้งเตือนเมื่อสินค้าใกล้หมดหรือใกล้หมดอายุ สามารถระบุ Lot Number และวันหมดอายุได้อย่างชัดเจน และแยกคลังตามสาขา หรือห้องตรวจต่างๆ ได้อย่างละเอียดถี่ถ้วน

  • ระบบหน้าร้าน (POS) ตัดสต๊อกอัตโนมัติ : เมื่อมีการชำระเงินและออกใบเสร็จ ระบบจะหักลดยอดสินค้าในสต๊อกทันที แม่นยำ 100% แถมยังเชื่อมโยงกับการคิดค่ามือคุณหมอและค่าแลปให้อัตโนมัติ ลดความซ้ำซ้อนในการทำงานของแอดมินไปได้เยอะมากค่ะ

  • Dashboard และรายงานวิเคราะห์กว่า 30 แบบ : JERA Dent รวบรวมข้อมูลสำคัญมาแสดงผลเป็นกราฟและแผนภูมิที่เข้าใจง่ายในหน้าเดียว ทุกคนสามารถดูรายงานยอดขายสินค้า สินค้าไหนเดินบ่อย สินค้าไหนจมทุน เพื่อนำไปวิเคราะห์และวางแผนสั่งซื้อได้อย่างเฉียบคม ไม่เกิดปัญหาจมทุนกับสต๊อกตาย (Dead Stock)

ความเจ๋งอีกอย่างหนึ่งของ JERA Dent ที่ทุกคนต้องเลิฟมาก ๆ ก็คือ ตัวระบบทำงานในรูปแบบ ออนไลน์ 100% บนระบบ Cloud ค่ะ หมายความว่าทุกคนไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อเซิร์ฟเวอร์ราคาแพง ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมลงเครื่องให้ยุ่งยาก ไม่ต้องกลัวข้อมูลสูญหายเมื่อคอมพิวเตอร์พัง และที่สำคัญคือ สามารถล็อกอินเข้าใช้งานได้จากทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าจะใช้ผ่านคอมพิวเตอร์ที่คลินิก โน้ตบุ๊กที่บ้าน หรือแม้กระทั่ง iPad เดินตรวจงานในคลินิกก็เช็กสต๊อกและยอดขายได้สบายๆ เลยค่ะ

ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับคลินิกไหนที่กังวลว่า "ถ้าซื้อระบบมาแล้ว พนักงานจะใช้ไม่เป็นหรือเปล่า? ตัวระบบจะใช้งานยากไหม?" สบายใจได้เลยค่ะทุกคน เพราะ JERA Dent เขาใส่ใจผู้ใช้งานมากๆ โดยมีบริการ อบรมออนไลน์ สอนการใช้งานโปรแกรมทุกขั้นตอนให้ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และไม่จำกัดจำนวนครั้ง ดูแลดีเสมือนมีพาร์ทเนอร์ส่วนตัวคอยให้คำปรึกษาตลอดการใช้งานเลยค่ะ

การลงทุนในระบบสต๊อกคลินิกทันตกรรมที่มีคุณภาพอย่าง JERA Dent ไม่ใช่รายจ่ายที่สูญเปล่าค่ะ แต่มันคือการลงทุนที่คุ้มค่า ซึ่งจะช่วยอุดรอยรั่วไหลของเงิน คุมต้นทุนเวชภัณฑ์ได้อย่างอยู่หมัด และเพิ่มผลกำไรให้คลินิกเติบโตอย่างมั่นคง หากทุกคนอยากเปลี่ยนงานเอกสารที่วุ่นวายให้เป็นเรื่องง่าย และบริหารคลินิกได้อย่างมืออาชีพ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติม หรือติดต่อขอทดลองใช้งานระบบจับจองความสะดวกสบายนี้ได้ที่ JERA Dent

 
 
 

ความคิดเห็น


นัด Demo รับสิทธิ์ใช้ฟรี 1 เดือน
บริษัท ละมุนภัณฑ์  ไอที จำกัด

245/68 ซอยรามคำแหง 112ถนนรามคำแหง

แขวง/เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10240

*สิทธิพิเศษเฉพาะลงทะเบียนผ่านช่องทางนี้เท่านั้น (เมื่อสมัคร Package รายปีแบบใดก็ได้)

ขอบคุณสำหรับข้อมูล เราจะรีบติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด!!

JERA Dent ระบบบริหารคลินิกทันตกรรม
LINKS
ABOUT

LAMUNPUN IT Co., Ltd.

e-mail: sales@jeracloud.com

Tel: 02-055-6285

245/68 Ramkhamhaeng 112 Alley, Saphan Sung, Bangkok 10240, Thailand

SOCIAL
  • contact:line
  • contact:facebook
  • contact:youtube

© Copyright 2017-2022 JERA Dent All Rights Reserved, Developed by LAMUNPUN IT Co., Ltd.

bottom of page