เปิดค่าใช้จ่ายจัดฟัน ดัดฟันกี่บาท มีค่าอะไรซ่อนอยู่บ้างที่ต้องรู้!
- Rasita Chanratanayothin
- 7 มิ.ย.
- ยาว 2 นาที

ทุกคนที่กำลังฝันอยากมีรอยยิ้มพิมพ์ใจ ฟันเรียงตัวสวยเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองอาจจะต้องคิดวางแผนคำนวณค่าใช้จ่ายก่อนนิดนึง และเราเชื่อว่าหนึ่งในคำถามยอดฮิตอันดับต้น ๆ ที่ทุกคนต้องเสิร์ชหาข้อมูลก่อนตัดสินใจเดินเข้าคลินิกทันตกรรมก็คือ ดัดฟันกี่บาท ? หรือ ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่ ? เพราะเรื่องของเงิน ๆ ทอง ๆ กับการจัดฟันเนี่ย ถ้ารู้ไม่เท่าทันหรือไม่วางแผนให้ดี จากรอยยิ้มสวยอาจจะกลายเป็นยิ้มแห้งเพราะกระเป๋าฉีกได้ค่ะ ยิ่งในปัจจุบันมีนวัตกรรมการจัดฟันออกมาหลากหลายรูปแบบมาก ๆ ค่าใช้จ่ายก็เลยยิ่งแตกต่างกันไปตามโครงสร้างฟันและวัสดุที่เราเลือกใช้ค่ะ
วันนี้เราจะมาแบไต๋เปิดพอร์ตค่าใช้จ่ายแบบหมดเปลือก ตั้งแต่ค่าเครื่องมือหลักหมื่น ไปจนถึงค่าใช้จ่ายแฝง หรือค่าใช้จ่ายซ่อนเร้นที่หลายคนมักมองข้าม เพื่อให้ทุกคนได้เตรียมตัวเตรียมใจและวางแผนบริหารเงินในกระเป๋าได้อย่างสบายใจ ไร้กังวลค่ะ พร้อมกันนี้ในช่วงท้ายเรายังมีข้อมูลระบบการบริหารจัดการคลินิกทันตกรรมยุคใหม่ที่ทันสมัยอย่าง JERA Dent มาฝากกันด้วย เพื่อให้เห็นภาพรวมว่าคลินิกยุคนี้เขาดูแลคนไข้อย่างมืออาชีพผ่านระบบดิจิทัลอย่างไรค่ะ ถ้าพร้อมแล้วมาเช็กราคาไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ!
เจาะลึกค่าเครื่องมือจัดฟันแต่ละประเภท ดัดฟันกี่บาทกันแน่ ?
ราคาค่าจัดฟันโดยทั่วไปจะขึ้นอยู่กับเทคนิค วัสดุ และเครื่องมือที่เราเลือกค่ะ ซึ่งในปัจจุบันตามคลินิกมาตรฐานทั่วไปจะมีการแบ่งประเภทหลัก ๆ ออกเป็น 4 รูปแบบ ซึ่งมีข้อดี ข้อจำกัด และเรตราคาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเพราะงั้นนี่คือสิ่งที่ควรรู้ไม่ควรมองข้าม
แบบโลหะยางสี (Metal Braces)
ลักษณะและจุดเด่น : เป็นระบบดั้งเดิมที่นิยมที่สุดในหมู่หมู่นักเรียน นักศึกษา และวัยรุ่นค่ะ ตัวเครื่องมือ (Brackets) ทำจากโลหะคุณภาพสูงยึดติดบนผิวฟัน แล้วใช้ยางรัดลวดจัดฟัน (O-ring) ในการดึงฟัน ซึ่งจุดเด่นคือสาวๆ สามารถสนุกกับการเลือกเปลี่ยนสียางสลับไปมาได้ทุกเดือนตามแฟชั่น มีสีสันให้เลือกเยอะมาก และช่วยแก้ไขปัญหาฟันซ้อนเกได้ดีเยี่ยมค่ะ
ประมาณการค่าใช้จ่ายรวม : อยู่ที่ประมาณ 45,000++ บาท ค่ะ
รูปแบบการผ่อนชำระ : คลินิกส่วนใหญ่จะมีระบบแบ่งจ่ายที่เข้าถึงง่ายมากๆ ค่ะ โดยในช่วง 1 - 3 เดือนแรก (ช่วงติดเครื่องมือบน-ล่าง) จะเก็บประมาณงวดละ 2,000 - 3,000 บาท หลังจากเครื่องมือเข้าที่แล้ว เดือนต่อไปจนกว่าจะจัดเสร็จจะผ่อนสบายๆ เพียงเดือนละ 1,000 - 1,500 บาทเท่านั้นค่ะ
แบบเซรามิกใส (Ceramic Braces)
ลักษณะและจุดเด่น : ระบบนี้การทำงานจะคล้ายกับแบบโลหะเลยค่ะ แต่ตัววัสดุที่นำมาทำ Bracket จะเปลี่ยนจากเหล็กสีเงินมาเป็นเซรามิกเกรดพิเศษที่มีความใสและสีสันเสมือนเนื้อฟันจริงธรรมชาติมากที่สุด เหมาะสำหรับสาวๆ วัยทำงาน, ดารานักแสดง, หรือผู้ที่ต้องติดต่องานกับผู้คนบ่อยๆ แล้วไม่อยากให้เห็นเหล็กดัดฟันสีเงินเด่นสะดุดตาจนเกินไปเวลาพูดยิ้มค่ะ
ประมาณการค่าใช้จ่ายรวม : อยู่ที่ประมาณ 60,000 – 70,000 บาท ค่ะ
รูปแบบการผ่อนชำระ : ช่วงแรกที่ต้องเอ็กซเรย์และติดเครื่องมือจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 - 4,000 บาท และผ่อนชำระรายเดือนรายงวดต่อยอดจากนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 1,500 - 2,500 บาทต่อเดือนค่ะ
แบบดามอน / บานพับล็อกในตัว (Damon System / Self-Ligating)
ลักษณะและจุดเด่น : เป็นนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อเอาใจคนกลัวเจ็บโดยเฉพาะเลยค่ะ ตัวเครื่องมือจะมีตลับบานพับเปิด-ปิดล็อกเส้นลวดไว้ในตัวเองโดยไม่ต้องใช้ยาง O-ring รัดขึง ทำให้ลดแรงเสียดทานระหว่างลวดกับเครื่องมือได้อย่างมหาศาล ฟันจึงเคลื่อนตัวได้อย่างนุ่มนวลและรวดเร็วกว่าแบบโลหะทั่วไป ข้อดีคือเจ็บน้อยกว่ามาก ฟันเข้าที่ไวขึ้น และที่สำคัญคือคนไข้ไม่จำเป็นต้องมาพบคุณหมอทุกเดือน สามารถเว้นระยะมาคลินิกทุกๆ 2 - 3 เดือนครั้งได้เลยค่ะ
ประมาณการค่าใช้จ่ายรวม : อยู่ที่ประมาณ 70,000 – 90,000 บาท ค่ะ
รูปแบบการผ่อนชำระ : เนื่องด้วยตัวเครื่องมือนำเข้ามีราคาสูง งวดแรก ๆ ตอนติดเครื่องมือจึงอยู่ที่ประมาณ 4,000 - 6,000 บาท หลังจากนั้นจะผ่อนรายเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2,000 - 3,000 บาทค่ะ
แบบใสไร้เหล็ก (Invisalign / Spark)
ลักษณะและจุดเด่น : นี่คือนวัตกรรมขั้นสูงสุดของวงการทันตกรรมจัดฟันในยุคนี้เลยค่ะ โดยจะไม่มีการติดเครื่องมือใดๆ บนผิวฟัน แต่จะใช้ชิ้นงานพลาสติกใสโปร่งแสงทางการแพทย์ที่ออกแบบมาเพื่อคนไข้คนนั้นโดยเฉพาะ (Customized) ครอบลงไปบนฟัน สามารถถอดออกได้ง่ายๆ ตอนรับประทานอาหารและตอนแปรงฟัน ทำให้กินอะไรก็อร่อยและทำความสะอาดง่าย ไม่มีปัญหาเศษอาหารติดเหล็ก เวลาใส่จะเนียนใสไปกับเนื้อฟันจนแทบไม่มีใครรู้เลยว่าเรากำลังจัดฟันอยู่ค่ะ
ประมาณการค่าใช้จ่ายรวม : อยู่ที่ประมาณ 50,000 – 180,000 บาท (ราคาผันแปรอย่างมากตามจำนวนชิ้นงานความซับซ้อนของเคส เช่น เคสฟันเกเล็กน้อยจ่ายน้อย เคสฟันยื่นขากรรไกรเบี้ยวจ่ายแพงค่ะ)
รูปแบบการผ่อนชำระ : ส่วนใหญ่มักจะแบ่งชำระเป็นงวดใหญ่ๆ 3-4 งวดตามขั้นตอนการสั่งชิ้นงานจากแล็บต่างประเทศ หรือคลินิกหลายแห่งก็รองรับการใช้ระบบผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิต 0% นาน 6-10 เดือนร่วมด้วยค่ะ

ค่าใช้จ่ายซ่อนเร้น (Hidden Costs) ที่ต้องรู้ก่อนติดเครื่องมือ
หลายคนเข้าใจผิดอย่างแรงเลยค่ะ ว่ากำเงินไปแค่ค่าเครื่องมืองวดแรก 2,000 - 3,000 บาทก็เดินไปให้หมอติดเหล็กดัดฟันได้เลยในวันแรก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ก่อนที่คุณหมอจะเอาเครื่องมือมาติดลงบนฟันของเรา มีด่านสำคัญที่เรียกว่า "การเคลียร์ช่องปาก" และค่าบริการตรวจวิเคราะห์วิจัยโครงสร้าง ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายซ่อนเร้นที่แยกตัวออกมาและไม่ได้รวมอยู่ในค่าเครื่องมือจัดฟันหลักค่ะ มาดูกันทีละข้ออย่างละเอียดเลยค่ะว่ามีค่าอะไรบ้างที่คุณต้องเตรียมตังค์ไว้ล่วงหน้า
ค่าเอ็กซเรย์วิเคราะห์โครงสร้างและพิมพ์ปาก (ประมาณ 1,500 – 3,500 บาท)
ก่อนที่คุณหมอจะลงมือวางแผนการรักษา คุณหมอจำเป็นต้องเห็นภาพรวมภายในช่องปากของเราแบบทะลุปรุโปร่งก่อนค่ะ โดยจะต้องทำการถ่ายภาพเอ็กซเรย์ฟัน 2 ฟิล์มหลัก คือ ภาพพาโนรามิกเพื่อดูรากฟันและจำนวนฟันทั้งหมด (Panoramic X-ray) และภาพด้านข้างเพื่อวิเคราะห์โครงสร้างกระดูกขากรรไกร (Cephalometric X-ray) ร่วมกับการพิมพ์แบบจำลองฟันด้วยปูนปลาสเตอร์ หรือในคลินิกยุคใหม่บางแห่งจะใช้เครื่องสแกนฟันระบบ 3 มิติ เพื่อส่งข้อมูลเข้าโปรแกรมวิเคราะห์ค่ะ
ด่านมหาโหด "เคลียร์ช่องปาก" (ประมาณ 3,000 – 15,000+ บาท)
ตรงนี้แหละค่ะ ที่เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้อัตราค่าใช้จ่ายของแต่ละคนแตกยอดไม่เท่ากันเลย ขึ้นอยู่กับต้นทุนสุขภาพช่องปากเดิมของสาว ๆ ล้วน ๆ ค่ะ ใครแปรงฟันสะอาด ไม่มีฟันผุ ไม่มีฟันคุด ก็จ่ายน้อยน่าอิจฉามากค่ะ ส่วนใครมีปัญหาเยอะก็ต้องเคลียร์กันยาว ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ฟันผุลุกลามอยู่ใต้เครื่องมือเหล็ก โดยหัตถการทั่วไปประกอบด้วย
ขูดหินปูน : เพื่อกำจัดคราบพลัคและหินน้ำลายรอบคอฟัน ทำความสะอาดเหงือกให้แข็งแรงลดอาการเหงือกอักเสบ (ราคาประมาณ 500 – 1,500 บาท)
อุดฟัน : คุณหมอจะต้องตรวจเช็กและอุดปิดรอยผุของฟันทุกซี่ห้ามปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาดค่ะ (ราคาเฉลี่ยซี่ละ 600 – 1,500 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดและจำนวนด้านที่ผุ)
ถอนฟันเพื่อการจัดฟัน : ในเคสที่ฟันซ้อนเกแน่นมากๆ หรือฟันยื่นออกมาข้างหน้าจนไม่มีพื้นที่ดึงฟันเข้า คุณหมอมักจะพิจารณาถอนฟันกรามน้อยออก (มักถอน 4 ซี่ บน 2 ล่าง 2) เพื่อสร้างช่องว่างขยับฟันค่ะ (ราคาถอนฟันซี่ละ 500 – 1,200 บาท)
ผ่าฟันคุด / ถอนฟันคุด : ข้อนี้สำคัญมากค่ะ ฟันคุดที่ฝังตัวอยู่ใต้เหงือกจำเป็นต้องเอาออกทั้งหมดก่อนหรือระหว่างจัดฟัน เพราะแรงดันของฟันคุดที่กำลังจะโตอาจจะส่งแรงมาเบียดจนทำให้ฟันซี่อื่นล้มเก และทำลายแผนการจัดฟันจนพังไม่เป็นท่าได้ค่ะ ยิ่งซี่ไหนอยู่ลึกหรือนอนตะแคง ราคาก็จะยิ่งขยับสูงตามความยากค่ะ (ราคาผ่าฟันคุดซี่ละ 2,500 – 6,000 บาท)
เครื่องมือและอุปกรณ์พิเศษเสริม (ถ้ามี) (ประมาณ 3,000 – 10,000 บาท)
สำหรับเคสของบางคนที่มีความซับซ้อนของโครงหน้าสูงมาก เช่น ฟันเหยินยื่นออกมาเยอะมาก หรือยิ้มแล้วเห็นเหงือกกว้างเกินไป (Gummy Smile) ลำพังแค่แรงดึงจากลวดและยางธรรมดาอาจจะไม่พอค่ะ คุณหมอจึงจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เสริมพิเศษ เช่น หมุดจัดฟัน (Mini-screw หรือ TADs) ซึ่งเป็นหมุดไทเทเนียมขนาดเล็กจิ๋วฝังลงบนกระดูกขากรรไกรเพื่อใช้เป็นหลักยึดในการดึงฟัน ซึ่งตรงนี้จะมีค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก (ราคาซี่ละประมาณ 3,000 – 5,000 บาทค่ะ)
ค่าใช้จ่ายด่านสุดท้ายหลังจัดเสร็จ : รีเทนเนอร์ (Retainer) (ประมาณ 3,000 – 6,000 บาท)
หลังจากทนทรมานดัดฟัน เคี้ยวข้าวไม่ถนัดมานานกว่า 2 - 3 ปี พอถึงวันที่คุณหมอบอกข่าวดีว่าจะถอดเครื่องมือจัดฟันออกให้แล้ว หลายคนดีใจจนลืมคิดถึงข้อนี้ไปค่ะ ชีวิตหลังถอดเหล็กยังไม่จบนะคะ! เนื้อเยื่อและกระดูกรอบรากฟันยังต้องใช้เวลาในการปรับตัวปรับสภาพให้แน่นหนา หากเราปล่อยฟันไว้เฉย ๆ ฟันจะเคลื่อนตัวกลับไปตำแหน่งเดิมหรือเกิดอาการ "ฟันล้ม" ทันทีค่ะ
เราจึงจำเป็นต้องใส่รีเทนเนอร์เพื่อคงสภาพฟันเอาไว้ตลอดเวลาตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด ค่ารีเทนเนอร์นี้ส่วนใหญ่จะคิดราคาแยกชิ้นบนและชิ้นล่างรวมกันอยู่ที่ประมาณ 3,000 – 6,000 บาท ซึ่งบางคลินิกอาจจัดโปรโมชั่นรวมในแพ็กเกจแถมให้ฟรี แต่บางแห่งต้องจ่ายเงินสดแยกต่างหาก ต้องเช็กเงื่อนไขสัญญาคลินิกให้ดี ๆ ตั้งแต่วันแรกนะคะ

การบริหารจัดการคลินิกยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีระบบ JERA Dent
ในฐานะคนไข้อย่างเรา ๆ สิ่งที่เราต้องการและคาดหวังเวลาเดินเข้าคลินิกทำฟันยุคนี้ นอกเหนือจากฝีมือของคุณหมอแล้ว ก็คือความสะดวกสบาย ความโปร่งใส และความรวดเร็วในการบริการใช่ไหมคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระบบการนัดหมายที่ไม่สับสน ประวัติการรักษาที่ถูกต้องแม่นยำไม่ตกหล่น และการแจกแจงบัญชีค่าใช้จ่ายแบ่งชำระที่ชัดเจนตรวจสอบย้อนหลังได้ทุกงวด
รู้ไหมคะ ว่าในฝั่งของคลินิกทันตกรรมชั้นนำทั่วประเทศในปัจจุบัน เขามีการยกระดับสถานพยาบาลให้กลายเป็น Smart Clinic ด้วยการนำโปรแกรมบริหารจัดการทันสมัยเข้ามาใช้ โดยหนึ่งในระบบจัดการคลินิกทันตกรรมออนไลน์บนระบบคลาวด์ที่ดีที่สุดและได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทยก็คือโปรแกรม JERA Dent (ซึ่งพัฒนาและดูแลโดย บริษัท ละมุนภัณฑ์ ไอที จำกัด ยอดโปรแกรมสัญชาติไทยนั่นเองค่ะ)
ระบบ JERA Dent เข้ามาช่วยเปลี่ยนโฉมคลินิกทำฟันแบบเดิม ๆ ให้กลายเป็นดิจิทัลอย่างครบวงจร ผ่านฟีเจอร์อัจฉริยะมากมายที่ส่งผลดีต่อทั้งคนไข้และคุณหมอผู้รักษาดังนี้ค่ะ
ระบบ OPD Online (Paperless) : บอกลาแฟ้มประวัติกระดาษหนาๆ เตอะที่ค้นหาทีไรก็รอนานไปได้เลยค่ะ เพราะระบบนี้จะบันทึกประวัติคนไข้ แผนการรักษา ข้อมูลการแพ้ยา ภาพเอ็กซเรย์ และที่เด่นที่สุดคือ ระบบชาร์ตฟันดิจิทัล (Digital Tooth Chart) บันทึกกราฟิกฟันผุ ฟันถอน ของคนไข้ได้ละเอียดชัดเจน ไม่จำกัดพื้นที่บนระบบคลาวด์ระดับโลก ปลอดภัยและรวดเร็วมากค่ะ
ระบบนัดหมายอัจฉริยะและการแจ้งเตือนอัตโนมัติ : ตัวโปรแกรมจะเชื่อมต่อตารางงานของคุณหมอกับ Google Calendar ของคลินิกอย่างแม่นยำ และมีระบบส่งข้อความ SMS หรือข้อความแจ้งเตือนผ่าน Line Official Account (LINE OA) ส่งตรงเข้ามือถือของคนไข้ล่วงหน้าก่อนถึงวันนัด ช่วยแก้ปัญหาคนไข้ลืมนัดหรือจำวันผิดได้อย่างดีเยี่ยมเลยค่ะ
JERA CHAT (ระบบรวมแชทหนึ่งเดียว) : ช่วยอำนวยความสะดวกให้แอดมินคลินิกสามารถตอบแชทจากทุกแพลตฟอร์ม ทั้ง LINE OA, Facebook Messenger และ Instagram ได้รวมกันในหน้าจอเดียว ทำให้เวลาที่เราแชทไปจองคิวหรือถามราคาดัดฟัน แอดมินจะตอบกลับได้ทันใจไม่มีตกหล่นค่ะ
สุดท้ายนี้สิ่งที่ดิฉันอยากจะฝากไว้ให้คิดสำหรับคนอยากฟันสวยทุกคนก็คือ การจัดฟันเป็นการลงทุนระยะยาวที่ต้องใช้ทั้งเงิน เวลา และระเบียบวินัยในตัวเองเฉลี่ยยาวนานถึง 2 - 3 ปีเต็ม ๆ ค่ะ ดังนั้น คำตอบของคำถามที่ว่า "ดัดฟันกี่บาท" จึงไม่ใช่แค่ตัวเลขกลม ๆ ค่าเหล็กดัดฟันหลักหมื่นที่ติดโชว์อยู่บนป้ายโฆษณาหน้าคลินิกหรือบนเฟซบุ๊ก
แต่ทุกคนจะต้องคำนวณบวกรวมค่าเอ็กซเรย์ ค่าพิมพ์ปาก เงินก้อนสำหรับเคลียร์ช่องปาก ตลอดจนค่ารีเทนเนอร์หลังทำเสร็จเผื่อเอาไว้ในแผนการเงินเสมอค่ะ และสิ่งสำคัญที่สุดที่มองข้ามไม่ได้เลยคือ จะต้องเลือกสถานพยาบาลหรือคลินิกที่สะอาด ได้รับใบอนุญาตถูกต้อง มีทันตแพทย์เฉพาะทางด้านการจัดฟันที่ตรวจสอบรายชื่อจากทันตแพทยสภาได้จริง ๆ และเลือกคลินิกที่มีการนำระบบบริหารจัดการดิจิทัลที่โปร่งใสอย่าง JERA Dent มาใช้ควบคุม เพื่อให้เราสามารถตรวจสอบประวัติการรักษา ตารางนัดหมาย และยอดเงินที่ผ่อนชำระไปแล้วได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย รอยยิ้มใหม่ของเราจะได้สวยเก๋ คุ้มค่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่เสียไปอย่างแท้จริง




ความคิดเห็น