top of page
ค้นหา

ชวนดูระบบบริหารคลินิกทันตกรรม ที่ดีควรมีฟีเจอร์อะไรบ้าง!

  • รูปภาพนักเขียน: Rasita Chanratanayothin
    Rasita Chanratanayothin
  • 13 ก.ค.
  • ยาว 3 นาที

ในฐานะเจ้าของคลินิกคนหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับความเป๊ะ ความเป็นระเบียบ และหลงรักในงานบริการระดับพรีเมียม วันนี้เราจะมาคุยกันในเรื่องที่หลายคนอาจกำลังมองข้ามไป นั่นก็คือระบบหลังบ้านของคลินิกค่ะ ผู้ประกอบการหรือคุณหมอสายบริหารหลายท่านมักจะทุ่มเทงบประมาณไปกับการตกแต่งคลินิกให้สวยหรู มินิมอล นั่งสบาย หรือลงทุนกับยูนิตทำฟันและเครื่องเอกซเรย์ 3 มิติราคาหลักแสนหลักล้าน ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ ค่ะ ในการดึงดูดคนไข้และเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา แต่เคยสังเกตไหมคะ ว่าทำไมบางคลินิกหมอเก่ง ร้านสวย แต่คนไข้กลับมาครั้งเดียวแล้วหายไป หรือทำไมแอดมินหน้าเคาน์เตอร์ถึงดูเหนื่อยล้า หน้าบึ้งตึง คุยกับคนไข้ด้วยน้ำเสียงเหวี่ยง ๆ ตลอดเวลา

คำตอบส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากตัวบุคคลหรอกแต่มันเกิดจากระบบการทำงานที่แสนวุ่นวาย หลังบ้านต่างหาก การที่เจ้าหน้าที่ต้องตื่นมาเจอสมุดนัดเล่มหนา ๆ ที่ลบด้วยลิควิดจนขาวพรืด ต้องวิ่งไปรื้อตู้เอกสารเพื่อหาแฟ้ม OPD ของคนไข้ที่หายไปไหนก็ไม่รู้ หรือต้องมานั่งตอบแชทลูกค้าในมือถือ 3-4 เครื่องพร้อมกัน สิ่งเหล่านี้สร้างความเครียดสะสม และส่งผลกระทบต่อคุณภาพการบริการ (Service Quality) โดยตรงค่ะ

ดังนั้น การเลือก ระบบบริหารคลินิกทันตกรรม (Dental Management System) จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาใช้งาน แต่คือการวางรากฐาน "ระบบนิเวศ (Ecosystem)" ของธุรกิจที่จะช่วยให้คลินิกเติบโตได้อย่างยั่งยืน ลดต้นทุน แย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด และที่สำคัญที่สุดคือช่วยให้คุณหมอมีเวลาไปโฟกัสกับการรักษาได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องมานั่งพะวงกับเรื่องจุกจิกค่ะ

แล้วระบบบริหารคลินิกทันตกรรมที่ดีและสมบูรณ์แบบในยุคนี้ ควรจะต้องมีฟีเจอร์อะไรบ้างที่จะเข้ามาตอบโจทย์ และช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ เรามาเจาะลึกแยกตามส่วนงานกันทีละหน้ากระดาษเลยค่ะ

การจัดการหน้าบ้านและประสบการณ์คนไข้ (Seamless Front-Desk & Patient Experience)

ความประทับใจแรก (First Impression) ของคนไข้ไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อพวกเขาเดินเข้ามาในคลินิกแล้วได้กลิ่นอโรม่าหอม ๆ หรอกนะคะ แต่มันเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาตัดสินใจทักแชทหรือกดจองคิวเข้ามาต่างหากค่ะ ระบบบริหารหน้าบ้านที่ดีจึงต้องมีความยืดหยุ่น รวดเร็ว และเชื่อมโยงข้อมูลกันได้อย่างไร้รอยต่อ โดยมีฟีเจอร์หลัก ๆ ที่ห้ามพลาดดังนี้ค่ะ

ระบบตารางนัดหมายอัจฉริยะ (Smart Scheduling & Calendar)

สมุดนัดหมายแบบกระดาษหรือการคีย์ข้อมูลลง Excel แบบเดิม ๆ ถือเป็นศัตรูตัวฉกาจของการบริหารคลินิกเลยค่ะ เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการทำน้ำหกใส่ ลายมืออ่านยากแล้ว ยังทำให้เกิดปัญหา "นัดซ้อน (Overbooking)" ได้ง่ายมาก ระบบตารางนัดหมายที่ดีในยุคนี้ต้องแสดงผลในรูปแบบดิจิทัลที่มองเห็นภาพรวมได้ชัดเจน สามารถคัดกรอง (Filter) ดูตามรายชื่อทันตแพทย์, แยกรายห้องตรวจ (Treatment Room) หรือแยกตามประเภทการรักษาได้ทันที

นอกจากนี้ ควรมีระบบ "แถบสีสถานะ (Color-Coded Status)" เพื่อให้เจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์มองเห็นได้ในพริบตาว่า คนไข้คนไหนรอยืนยันนัด, คนไหนมาถึงคลินิกแล้ว, คนไหนกำลังตรวจอยู่ หรือคนไหนชำระเงินเสร็จแล้ว การมีตารางที่ชัดเจนแบบนี้จะช่วยให้จัดคิวลื่นไหล ไม่เกิดการกระจุกตัวของคนไข้ในห้องนั่งรอค่ะ

ระบบแจ้งเตือนและยืนยันนัดหมายอัตโนมัติ (Automated Reminders)

"คนไข้ลืมนัด" คือฝันร้ายชวนปวดหัวของคนทำคลินิกฟันเลยใช่ไหมคะ? ลองคิดดูว่าถ้าวันนี้มีเคสจัดฟัน หรือเคสรากเทียมที่จองเวลาคุณหมอไว้ 1-2 ชั่วโมง แต่คนไข้กลับเงียบหายติดต่อไม่ได้ สิ่งที่คลินิกต้องสูญเสียไม่ใช่แค่โอกาสในการรับคนไข้รายอื่น แต่คือ "ต้นทุนค่าเสียเวลาของคุณหมอ" ที่วิ่งไปเรื่อย ๆ

ระบบบริหารคลินิกยุคใหม่จึงต้องมีฟีเจอร์ส่งข้อความแจ้งเตือนนัดหมายล่วงหน้าอัตโนมัติ ผ่านช่องทางที่คนไข้เปิดอ่านแน่นอน เช่น SMS หรือ LINE Official Account (LINE OA) โดยระบบควรจะส่งเตือนก่อนวันนัด 1-2 วัน และมีปุ่มให้คนไข้กดยืนยัน (Confirm) หรือขอเลื่อนนัดได้ทันที ข้อมูลนี้จะวิ่งกลับมาอัปเดตบนตารางนัดหมายหลังบ้านโดยอัตโนมัติ ช่วยลดภาระหน้าที่ของแอดมินที่ไม่ต้องมานั่งโทรตามทีละเคส และช่วยลดอัตราการเบี้ยวนัด (No-Show Rate) ได้มากกว่า 80% เลยทีเดียวค่ะ

ระบบเชื่อมต่อแชทและประวัติคนไข้ (Social Chat Integration)

ในประเทศไทย คนไข้มากกว่า 90% เลือกที่จะติดต่อคลินิกผ่านทาง Facebook Messenger, LINE OA หรือ Instagram ปัญหาที่พบบ่อยคือ แอดมินคุยกับคนไข้ในแอปหนึ่ง แต่ต้องสลับหน้าจอมาเปิดดูประวัติคนไข้ในอีกโปรแกรมหนึ่ง ทำให้ตอบช้า ข้อมูลตกหล่น หรือจำไม่ได้ว่าคนไข้คนนี้เคยคุยอะไรไว้

ระบบที่ดีจึงควรมีฟีเจอร์ที่เรียกว่า Omnichannel Chat หรือการรวมแชทจากทุกช่องทางมาไว้ที่หน้าจอเดียว และเชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูลคนไข้ (HN) โดยตรง เมื่อคนไข้ทักแชทมา ระบบจะดึงประวัติการรักษา นัดหมายล่าสุด หรือยอดค้างชำระขึ้นมาโชว์ข้าง ๆ กล่องข้อความทันที แอดมินสามารถพูดคุย กดล็อกคิวหมอ หรือส่งใบนัดให้คนไข้ได้จบในหน้าจอเดียว เป็นฟีเจอร์ที่เริ่ดและช่วยเซฟเวลาได้เยอะมากค่ะ

งานคลินิกและบันทึกการรักษาของทันตแพทย์ (Advanced Clinical Records & Charting)

ขยับเข้ามาสู่พื้นที่ด้านในคลินิกกันบ้างค่ะ งานทันตกรรมมีความเฉพาะทางและละเอียดอ่อนสูงมาก ฟันของคนเรามีตั้ง 32 ซี่ แต่ละซี่มี 5 ด้าน (Surface) แถมยังมีเรื่องของเหงือก กระดูกขากรรไกร และวัสดุอุปกรณที่หลากหลาย ดังนั้น ระบบบริหารงานโรงพยาบาลทั่วไป หรือระบบคลินิกเวชกรรมทั่วไป จึงไม่สามารถนำมาใช้กับคลินิกฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ ฟีเจอร์ในส่วนของการรักษาที่ระบบ "ต้องมี" ได้แก่

ระบบผังฟันอิเล็กทรอนิกส์ 2 มิติและ 3 มิติ (Comprehensive Dental Charting)

นี่คือหัวใจสำคัญที่คุณหมอทันตแพทย์ทุกคนถวิลหาค่ะ! ระบบจะต้องมีชาร์ตฟันดิจิทัล (Odontogram) ที่แสดงผลเป็นกราฟิกรูปฟันที่สวยงาม ชัดเจน รองรับทั้งชุดฟันน้ำนม (Deciduous Teeth) และชุดฟันแท้ (Permanent Teeth) เวลาที่คุณหมอตรวจช่องปาก จะต้องสามารถคลิกเลือกซี่ฟัน เลือกด้านของฟัน และกดบันทึกหัตถการได้อย่างรวดเร็ว

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคนไข้มาอุดฟันซี่ 16 ด้าน MO (Mesio-Occlusal) ระบบต้องแสดงแถบสีหรือสัญลักษณ์เฉพาะบนผังฟันจำลองทันที หรือถ้าเป็นเคสถอนฟัน รักษารากฟัน ทำครอบฟัน หรือฝังรากเทียม ชาร์ตฟันต้องเปลี่ยนสภาพไปตามการรักษานั้น ๆ เพื่อให้คุณหมอท่านอื่นที่มาตรวจต่อในครั้งถัดไป สามารถมองปราดเดียวก็เข้าใจแผนการรักษาทั้งหมดได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลานั่งอ่านตัวหนังสือยาว ๆ ค่ะ

ประวัติการรักษาดิจิทัลแบบไร้กระดาษ (100% Paperless OPD & Clinical Notes)

หมดยุคของการเดินไปหยิบแฟ้มกระดาษ OPD ที่หนาเป็นปึก ๆ แล้วมานั่งแกะลายมือคุณหมอท่านก่อนแล้วค่ะ ยุคนี้ต้องเป็นคลาวด์ออนไลน์ที่ปลอดภัย บันทึกข้อมูลสุขภาพทั่วไป ประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว เอกสารยินยอมการเข้ารับการรักษา (Consent Form) ในรูปแบบไฟล์ดิจิทัล

นอกจากนี้ ตัวระบบควรจะรองรับการทำงานบนแท็บเล็ตหรือไอแพด (iPad) เพื่อให้คุณหมอสามารถใช้ปากกา Stylus วาดภาพอธิบายแผนการรักษาให้คนไข้ดู หรือเขียนโน้ตย่อ (Progress Notes) ได้อย่างอิสระ การเก็บข้อมูลในรูปแบบนี้ช่วยประหยัดพื้นที่จัดเก็บเอกสารในคลินิกไปได้ 100% ไม่ต้องมีห้องเก็บแฟ้มประวัติอีกต่อไป และที่สำคัญคือข้อมูลไม่มีวันสูญหายจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ไฟไหม้ หรือน้ำท่วม แน่นอนค่ะ

ระบบจัดเก็บและซิงค์ภาพเอกซเรย์ (Image & Digital X-Ray Integration)

ในการวางแผนรักษาทางทันตกรรม ภาพถ่ายช่องปากและภาพเอกซเรย์ (เช่น Panoramic, Periapical หรือ Bitewing) ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่ไม่สามารถขาดได้ ระบบบริหารคลินิกที่ดีต้องสามารถอัปโหลดไฟล์ภาพเหล่านี้เข้าไปผูกกับประวัติของคนไข้รายบุคคลได้โดยตรง มีเครื่องมือที่ช่วยให้คุณหมอสามารถกดซูม ปรับความคมชัด หรือเปรียบเทียบภาพก่อนและหลังการรักษา (Before & After) ให้คนไข้ดูบนจอภาพข้างยูนิตทำฟันได้ทันที สิ่งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการรักษา แต่ยังช่วยเพิ่มอัตราการปิดเคส (Case Acceptance Rate) เพราะคนไข้เข้าใจและเห็นภาพปัญหาของตัวเองชัดเจนค่ะ

ระบบการเงิน พัสดุคงคลัง และการวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริหาร (Financial, Inventory & Business Intelligence)

เมื่อหน้าบ้านบริการดี คุณหมอรักษาได้อย่างราบรื่นแล้ว ส่วนสุดท้ายที่จะละเลยไม่ได้เลยก็คือ "ระบบบริหารจัดการธุรกิจ" ค่ะ คลินิกจะอยู่รอดและทำกำไรได้ หลังบ้านต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีข้อมูลที่พร้อมนำไปใช้ในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ค่ะ

ระบบชำระเงินและจัดการเคสผ่อนจ่าย (Advanced Billing & Installment Management)

งานทันตกรรมส่วนใหญ่ โดยเฉพาะงานทันตกรรมเพื่อความงามหรืองานเฉพาะทาง เช่น การจัดฟันเหล็ก, จัดฟันใส (Invisalign), งานรากฟันเทียม หรือการทำวีเนียร์ มักจะมีมูลค่าสูงและมีรูปแบบการจ่ายเงินเป็นงวด ๆ หรือการหักเงินจากคอร์สการรักษา

ระบบที่ดีต้องคำนวณเงินได้อย่างแม่นยำ ไร้ข้อผิดพลาด สามารถแยกแยะได้ว่าวันนี้คนไข้ทำหัตถการอะไรไปบ้าง มีค่าปลอดเชื้อ (Sterilization Fee) ไหม มีส่วนลดตามโปรโมชั่นหรือเปล่า และที่สำคัญคือต้องมีระบบ "บริหารคอร์สและยอดค้างชำระ (Course & Debt Tracking)" เพื่อแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ว่าคนไข้คนนี้เหลือวงเงินในคอร์สเท่าไหร่ จ่ายมาแล้วกี่งวด และยังค้างชำระอีกเท่าไหร่ เพื่อป้องกันการลืมเก็บเงิน ซึ่งเป็นรูรั่วทางการเงินที่พบบ่อยมากในคลินิกฟันค่ะ

ระบบคำนวณค่ามือแพทย์ (Automated Doctor Fee / DF)

นี่คือหนึ่งในงานที่สร้างความปวดหัวและใช้เวลาของเจ้าหน้าที่บัญชีมากที่สุดในทุก ๆ สิ้นเดือนค่ะ เพราะคลินิกทันตกรรมส่วนใหญ่มักจะมีคุณหมอพาร์ทไทม์ (Part-time) แวะเวียนเข้ามาช่วยตรวจ และคุณหมอแต่ละท่านก็อาจจะมีเงื่อนไขการแบ่งรายได้ที่ไม่เหมือนกัน เช่น แบ่งแบบ 50:50, 60:40, มีการหักค่าแล็บ (Lab Co-pay) ก่อนแบ่ง หรือมีค่าประกันมือ (Guarantee)

ระบบบริหารคลินิกทันตกรรมที่ยอดเยี่ยม จะต้องมีฟีเจอร์ตั้งค่าเงื่อนไขค่ามือหมอ (DF) ได้อย่างละเอียดและยืดหยุ่น เมื่อคุณหมอกดปิดเคสรักษา ระบบจะคำนวณค่าส่วนแบ่งให้อัตโนมัติทันที ช่วยลดเวลาการทำบัญชีช่วงสิ้นเดือนจากที่เคยใช้เวลาเป็นวัน ๆ ให้เหลือเพียงแค่ไม่กี่คลิก และตัดปัญหาเรื่องความขัดแย้งเกี่ยวกับตัวเลขตัวเงินกับคุณหมอได้อย่างเด็ดขาดค่ะ

ระบบควบคุมคลังสินค้าและวัสดุสิ้นเปลือง (Smart Inventory Control)

วัสดุอุปกรณ์ทันตกรรม ไม่ว่าจะเป็น ยาชา, หัวกรอฟัน, วัสดุอุดฟัน (Composite), แบล็กเก็ตจัดฟัน หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ ล้วนเป็นสิ่งที่มีมูลค่าสูงและมีวันหมดอายุ หากไม่มีระบบจัดการที่ดี คลินิกอาจประสบปัญหาของขาดมือระหว่างเคสสำคัญ หรือซื้อมาตุนไว้มากเกินไปจนหมดอายุคาตู้

ฟีเจอร์คลังสินค้าที่ดีต้องช่วย "ตัดสต็อกอัตโนมัติ (Auto-deduct)" ทันทีที่คุณหมอมีการลงบันทึกการรักษาในห้องตรวจ และมีระบบแจ้งเตือน (Alert) เมื่อสินค้าในคลังลดลงถึงจุดสั่งซื้อขั้นต่ำ (Reorder Point) รวมถึงแจ้งเตือนเมื่อมีสินค้าใกล้หมดอายุ เพื่อให้เราบริหารกระแสเงินสดและต้นทุนจมได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดค่ะ

แดชบอร์ดวิเคราะห์ธุรกิจสำหรับเจ้าของคลินิก (Executive Dashboard & Reporting)

ในการเป็นเจ้าของธุรกิจในยุคนี้ การใช้ "ความรู้สึก" ในการบริหารจัดการคือความเสี่ยงค่ะ เราต้องการข้อมูลตัวเลขที่แท้จริงและอัปเดตแบบ Real-time ระบบที่ดีควรมีหน้าต่างสรุปผล (Dashboard) ที่สวยงาม ดูง่าย สามารถบอกได้ทันทีว่า เดือนนี้คลินิกมีรายรับรวมเท่าไหร่ หัตถการประเภทไหนทำเงินได้มากที่สุด? คุณหมอท่านไหนทำยอดได้สูงสุด? อัตราส่วนคนไข้ใหม่ต่อคนไข้เก่าเป็นอย่างไร ข้อมูลเหล่านี้คืออาวุธลับที่จะช่วยให้คุณหมอวางแผนทำการตลาด จัดโปรโมชั่น หรือขยายสาขาได้อย่างแม่นยำและไม่หลงทางค่ะ

แนะนำไอเทมเด็ดตัวจบ : ยกระดับคลินิกคุณด้วย JERA Dent โปรแกรมบริหารคลินิกทันตกรรม

หลังจากที่เราได้ไล่เรียงฟีเจอร์ระดับ Must-Have กันไปแบบจุใจแล้ว หากคุณหมอหรือเจ้าของคลินิกท่านใดกำลังคิดในใจว่า "อยากได้ระบบที่เพียบพร้อม ปลอดภัย และใช้งานง่ายแบบนี้จัง แต่จะหาได้จากที่ไหน?" ไม่ต้องไปเสี่ยงลองผิดลองถูกให้เสียเวลาเลยค่ะ ขอแนะนำ JERA Dent ระบบบริหารคลินิกทันตกรรมออนไลน์บนระบบคลาวด์ระดับโลก ที่ออกแบบมาเพื่อคนทำคลินิกฟันโดยเฉพาะ!

JERA Dent เข้าใจทุก Pain Point ของคลินิกทันตกรรมยุคใหม่อย่างแท้จริง และได้พัฒนาฟีเจอร์ไฮไลต์เด็ด ๆ ที่จะมาเปลี่ยนชีวิตการทำงานของคุณหมอและทีมงานให้ง่ายขึ้นราวกับพลิกฝ่ามือ

  • ชาร์ตฟันออนไลน์ (OPD Online & Dental Chart): บันทึกประวัติการรักษาละเอียดทุกหัตถการบนผังฟันดิจิทัล รองรับการพิมพ์ วาด หรือเขียนโน้ตผ่าน iPad ได้อย่างลื่นไหล เก็บข้อมูลบนระบบ Cloud ที่ปลอดภัยและไม่จำกัดพื้นที่ ช่วยให้คลินิกก้าวสู่การเป็น Paperless ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

  • ระบบนัดหมายอัจฉริยะ & ลดการลืมนัด: ลิงก์เข้ากับตารางนัดหมายของคลินิกได้อย่างแม่นยำ ป้องกันการนัดซ้อน พร้อมระบบส่งข้อความแจ้งเตือนคนไข้ผ่าน SMS และ LINE Official Account (LINE OA) อัตโนมัติ ช่วยลดปัญหาคนไข้ No-Show ได้อย่างเห็นผล

  • JERA CRM (เชื่อมต่อ LINE OA สุดปัง): ฟีเจอร์นี้บอกเลยว่าเริ่ดและนำเทรนด์มากค่ะ! คนไข้สามารถลงทะเบียนง่าย ๆ ด้วยเบอร์มือถือเพื่อรับรหัส OTP ผ่าน LINE ของคลินิก เพื่อเข้าไปเช็กประวัตินัดหมาย ตรวจสอบคอร์สคงเหลือ ดูยอดค้างชำระ หรือกดรับใบเสร็จออนไลน์ได้ด้วยตัวเอง ช่วยยกระดับความพรีเมียมและลดงานหน้าเคาน์เตอร์ไปได้เกินครึ่ง

  • รวมแชทไร้รอยต่อกับ Oho Chat: ไม่ต้องเปิดสลับหน้าจอไปมาให้เวียนหัวอีกต่อไป เพราะระบบเชื่อมต่อข้อมูลประวัติคนไข้ (HN, โรคประจำตัว, แพ้ยา) เข้ากับหน้าแชทโซเชียลโดยตรง แอดมินสามารถคุยแชทไป ล็อกคิวคุณหมอไปได้ทันที ตอบไว ได้ใจคนไข้ ไม่มีหลุดเคสแน่นอนค่ะ

  • คุ้มค่า ตอบโจทย์ทุกสเกลธุรกิจ: JERA Dent มีแพกเกจให้เลือกสรรตามขนาดและงบประมาณของคลินิก ไม่ว่าจะเป็น Standard, Elite หรือ Premium Pack ตัวจบสุดคุ้ม (ราคาพิเศษเพียง 55,000 บาท/ปี จากปกติ 75,000 บาท) ที่มาพร้อมระบบบริหารคลังสินค้า, บัตรสมาชิก, บัตรกำนัล และ Dashboard สรุปข้อมูลครบถ้วน แถมยัง ใช้งานได้ไม่จำกัดจำนวนเครื่องและอุปกรณ์ อีกด้วยนะคะ

สิทธิพิเศษสำหรับคุณหมอและผู้ที่สนใจ: ทาง JERA Dent มีบริการ อบรมออนไลน์เพื่อสอนใช้งานโปรแกรมฟรี! ไม่จำกัดจำนวนครั้ง มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลซัพพอร์ตเคียงข้างคุณตั้งแต่เริ่มต้นจนพนักงานใช้งานเป็นอย่างมืออาชีพ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกว่า 200 คลินิก 300 สาขาทั่วประเทศที่ไว้วางใจให้ JERA Dent ดูแลหลังบ้าน แล้วคุณจะรู้ว่าการทำคลินิกฟันให้มีความสุขและเติบโตอย่างก้าวกระโดดมันง่ายนิดเดียว!


 
 
 

ความคิดเห็น


นัด Demo รับสิทธิ์ใช้ฟรี 1 เดือน
บริษัท ละมุนภัณฑ์  ไอที จำกัด

245/68 ซอยรามคำแหง 112ถนนรามคำแหง

แขวง/เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10240

*สิทธิพิเศษเฉพาะลงทะเบียนผ่านช่องทางนี้เท่านั้น (เมื่อสมัคร Package รายปีแบบใดก็ได้)

ขอบคุณสำหรับข้อมูล เราจะรีบติดต่อกลับหาคุณโดยเร็วที่สุด!!

JERA Dent ระบบบริหารคลินิกทันตกรรม
LINKS
ABOUT

LAMUNPUN IT Co., Ltd.

e-mail: sales@jeracloud.com

Tel: 02-055-6285

245/68 Ramkhamhaeng 112 Alley, Saphan Sung, Bangkok 10240, Thailand

SOCIAL
  • contact:line
  • contact:facebook
  • contact:youtube

© Copyright 2017-2022 JERA Dent All Rights Reserved, Developed by LAMUNPUN IT Co., Ltd.

bottom of page