• Suphanut Atchanarat

5 เคล็ดลับ ที่ช่วยให้คลินิกทันตกรรมฟื้นตัวจากสถานการณ์ Covid-19

อัปเดตเมื่อ 13 พ.ค.



เนื่องด้วยสถานการณ์ไวรัสระบาด ณ ขณะนี้ เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้หลายๆคลินิกมีรายได้น้อยลงอย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่รายจ่ายของคลินิกนั้นกลับไม่น้อยตาม หลายๆคลินิกจึงจำเป็นต้องหาวิธีรับมือและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน รวมถึงการวางแผนในอนาคตเพื่อให้คลินิกฟื้นตัวกลับมาปกติเร็วที่สุดอีกด้วย ในบทความนี้เรานำไอเดียบางส่วนเกี่ยวกับการปรับตัวเพื่อให้คลินิกผ่านพ้นและฟื้นตัวจากวิกฤติไวรัส Covid-19 มาฝากกันครับ



การขยายกลุ่มลูกค้าด้วยการรองรับชาวต่างชาติ

แม้ประเทศจะยังอยู่ในสถานการณ์โรคระบาด แต่ชาวต่างชาติยังสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยได้ตามปกติ อีกทั้งมีชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยอยู่ก่อนแล้วอีกจำนวนไม่น้อย อย่างที่ทราบกันดีว่าในต่างประเทศค่ารักษาในการทำฟันแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากเมื่อเทียบกับประเทศไทย หากเทียบเป็นเงินไทยแล้วการอุดฟันซี่เดียวอาจต้องจ่ายค่ารักษาหลักหมื่นบาทกันเลยทีเดียว ทำให้ชาวต่างชาติเริ่มนิยมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health Tourism) มากขึ้น สำหรับทันตกรรมเองก็มี Dental tourism เช่นเดียวกัน เนื่องจากชาวต่างชาติส่วนใหญ่มีเงินลงทุนที่สูง ทำให้หากคุณกำลังมองหากลุ่มลูกค้าใหม่เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าที่มีอยู่ กลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติถือเป็นหนึ่งในกลุ่มที่น่าจับตามองไม่แพ้กลุ่มอื่นๆเลยนั่นเอง


การเน้นย้ำเรื่องความสะอาดและความปลอดภัย

แม้สถานการณ์เริ่มดีขึ้นจนเกือบเป็นปกติแล้ว แต่ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่เลือกที่จะไม่เสี่ยงออกจากบ้านไปยังพื้นที่ที่เสี่ยงติดเชื้อ ทำให้แม้คนไข้ปวดฟันหรืออยากทำฟันมากแค่ไหน ก็ยังไม่กล้ามาที่คลินิกอยู่ดี ซึ่งปัญหานี้แก้ได้ง่ายๆ ด้วยการทำให้คนไข้มั่นใจในมาตรฐานความสะอาดของคลินิก เช่น การทำความสะอาดคลินิกให้สะอาดน่าใช้บริการอยู่เสมอ, การคุมเข้มเรื่องความสะอาดทั้งผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ, การสมัครขอรับมาตรฐาน SHA และ SHA Plus เป็นต้น


ลดความแออัดด้วยการจัดคิวลูกค้า

แม้จะไม่ได้อยู่ในช่วงที่ไวรัสระบาดอย่างในปัจจุบัน ความแออัดในคลินิกมักเป็นหนึ่งในสิ่งที่ถูกพูดถึงในด้านลบเสียส่วนใหญ่ เพราะความแออัดนำมาซึ่งความวุ่นวายของคนที่เดินผ่านไปมา เสียงที่ชวนหงุดหงิด และอากาศที่ถ่ายเทไม่สะดวก หากลองมองในแง่ดีความแออัดอาจหมายถึงลูกค้ามาใช้บริการเยอะ นำมาซึ่งรายรับมหาศาล แต่คงจะดีกว่ามากๆ หากคนไข้มาใช้บริการในปริมาณที่พอดีและสม่ำเสมอ เพื่อให้แพทย์สามารถให้บริการคนไข้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลาที่เข้ารับเวร หากคลินิกไม่สามารถจัดการกับความแออัดได้ ปัญหาเหล่านี้อาจกลายเป็นหนึ่งในสาเหตุที่คนไข้ไม่อยากกลับมาใช้บริการอีกในครั้งต่อไป

หนึ่งในวิธีแก้ปัญหาความแออัดในคลินิกสุดคลาสสิคก็คือ การจัดคิวให้กับคนไข้ แม้จะฟังดูเหมือนเป็นวิธีง่ายๆ แต่การจัดคิวเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่เกิดความผิดพลาดบ่อยที่สุดคลินิกและยังทำให้คนไข้หัวเสียมากที่สุดขั้นตอนหนึ่งเลยก็ว่าได้ สำหรับระบบบริหารคลินิก JERA DENT ที่นอกจากมีระบบนัดหมายที่สามารถส่งข้อความแจ้งเตือนกันลืมนัดผ่าน SMS และ Line แล้ว ระบบยังสามารถแจ้งเตือนคนไข้ที่เข้ามาใช้บริการเมื่อถึงคิวของตนเองผ่าน Line ของคนไข้ได้อีกด้วย นอกจากนี้ระบบยังสามารถให้คนไข้จองคิวผ่าน Line Official Account ของทางคลินิกได้โดยตรง ทำให้นอกจากจะช่วยลดความแออัดในคลินิกแล้ว ยังช่วยให้คลินิกจัดเวรแพทย์ได้ง่ายขึ้น และเมื่อความผิดพลาดน้อยลง คนไข้ก็หัวเสียน้อยลงตามไปด้วยนั่นเอง


เพิ่มโอกาสการเข้าถึงคนไข้ด้วยการตลาดออนไลน์

การตลาดเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน แต่ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ การตลาดที่ทำอยู่อาจต้องใช้ต้นทุนที่น้อยลงแต่ยังคงประสิทธิภาพที่ดีเหมือนเดิมหรือเพิ่มขึ้น การตลาดออนไลน์จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะมากสำหรับสถานการณ์ในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะช่วยให้เข้าถึงคนไข้ได้ง่ายขึ้นผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆแล้ว ยังสามารถควบคุมงบประมาณที่ใช้ในการทำการตลาดได้อีกด้วย

อาจฟังดูเหมือนเป็นเรื่องยากสำหรับคุณหมอหรือผู้ไม่มีความเชี่ยวชาญในด้านการตลาดโดยตรง แต่การทำการตลาดนั้นจะง่ายขึ้นมากหากคุณมีข้อมูลที่มีคุณภาพอยู่ในมือเพื่อต่อยอดในการหาลูกค้าที่มีคุณสมบัติคล้ายกัน (Lookalike) มาใช้บริการที่คลินิกได้ แน่นอนว่าข้อมูลเหล่านั้นก็คือประวัติการใช้บริการของคนไข้ที่คลินิกนั่นเอง ระบบ JERA DENT สามารถเก็บข้อมูลคนไข้พร้อมประวัติการรักษาโดยละเอียด การใช้บริการต่างๆ รวมถึงยอดขาย ฯลฯ ไว้ในรายงานที่มีมากกว่า 30 รายงาน และสามารถ Export ไฟล์ออกจากระบบ พร้อมนำไปใช้งานด้านการตลาดได้เลย ช่วยให้การทำการตลาดออนไลน์มีประสิทธิภาพและได้ผลลัพธุ์คุ้มค่ากับงบประมาณที่จ่ายไปอย่างแน่นอน


ลดงานคนด้วยเทคโนโลยี

ด้วยเศรษฐกิจแบบนี้การลงทุนในแต่ละส่วนของคลินิกจึงต้องคุ้มค่าที่สุด รายจ่ายต่างๆต้องสมเหตุสมผลมากขึ้น และต้องให้คุณภาพในการให้บริการเทียบเท่าหรือดีขึ้นกว่าเดิมเพื่อรักษาลูกค้าเอาไว้อีกด้วย การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจะทำให้ปัญหาการทำงานผิดพลาดของพนักงาน (human error) น้อยลง และช่วยคลินิกประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าในระยะยาวได้ หากคลินิกของคุณต้องให้พนักงานทำ OT ทุกเดือนเพื่อสรุปรายงานตอนสิ้นวัน สิ้นเดือนแล้วล่ะก็ การลงทุนซื้อระบบบริหารคลินิกทันตกรรม JERA DENT มาใช้ในคลินิกเพื่อช่วยสรุปยอดทั้งเดือนพร้อมพิมพ์รายงานออกมาภายในไม่กี่นาทีอาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ามากกว่าทั้งในแง่ของราคาที่ต้องจ่าย ความเร็วและประสิทธิภาพของงานที่ได้เลยทีเดียว

นอกจากงานที่ต้องทำทุกสิ้นเดือนอย่างการสรุปรายงานแล้ว งานอื่นๆในคลินิกที่ต้องการความแม่นยำและรวดเร็วยังสามารถทดแทนด้วยเทคโนโลยีได้ ไม่ว่าจะเป็น การบันทึกประวัติคนไข้ การแจ้งเตือนคนไข้เมื่อใกล้วันนัดหมาย การแจ้งเตือนให้มาใช้บริการซ้ำ (recall) การตัดสต๊อก การคำนวณ DF และอื่นๆ อีกมากมาย


แม้ว่าสถานการณ์ Covid-19 จะทำให้หลายๆธุรกิจเกิดปัญหาฝืดเคือง แต่ถือว่าตอนนี้เป็นโอกาสที่คลินิกจะได้ทำการปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต แน่นอนว่าการขยายตัวอย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องมีการบริหารที่ดีจากภายใน การลดความผิดพลาดในการทำงานและการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดงานในคลินิกเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหากถึงวันที่คลินิกเติบโตอย่างก้าวกระโดดแล้ว การบริหารที่ไม่ดีพอรวมถึงการทำงานผิดพลาดภายในคลินิกอาจกลายเป็นสาเหตุที่ชะลอการเติบโตหรือเปลี่ยนจากพุ่งทะยานเป็นดิ่งพสุธาได้เลยทีเดียว


ดู 6 ครั้ง

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด

อย่างที่ทราบกันดีว่าคลินิกทันตกรรมเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีมูลค่าตลาดสูงมาก ณ ขณะนี้ มีคลินิกทันตกรรมเปิดใหม่เกิดขึ้นมากมาย ทำให้เกิดการช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาส่งผลให้การแข่งขันสูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้